โค้งสุดท้าย! เหลือ 3 วัน ยื่นทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการฯ รีบทบทวนสิทธิภายใน 31 สิงหาคมนี้
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประชาชนที่ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เนื่องจากข้อมูลกรรมสิทธิ์ยานยนต์ หากเห็นว่าข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือมีข้อเท็จจริงที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม ขอให้รีบยื่นคำร้องขอทบทวนสิทธิภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง
“ขอให้ประชาชนที่ได้รับแจ้งว่าไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ ด้วยเรื่องรถ หากเห็นว่าข้อมูลไม่ถูกต้องหรือมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติม รีบตรวจสอบและยื่นทบทวนสิทธิภายในวันที่กำหนด เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการได้รับสิทธิที่พึงได้รับ” น.ส.รัชดากล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 กรมการขนส่งทางบก รายงานว่ามีผู้ยื่นคำร้องแล้ว 370,207 คน ครอบคลุมยานพาหนะ 663,040 คัน โดยส่วนหนึ่งไม่ผ่านเกณฑ์จากข้อมูลอายุรถที่เกินกำหนด สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขข้อมูลสามารถติดต่อศูนย์ One Stop Service หรือ OSS ระดับอำเภอหรือจังหวัดทั่วประเทศได้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และยื่นเอกสารเพิ่มเติมได้ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 โดยกระทรวงการคลังจะประกาศผลการทบทวนสิทธิในวันที่ 30 กันยายน 2569 และผู้ที่ผ่านคุณสมบัติซึ่งต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ e-KYC ต้องดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนจึงจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เหลือเวลาเพียง 3 วัน ก่อนสิ้นสุดการยื่นขอทบทวนสิทธิ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยผู้ลงทะเบียนที่ตรวจสอบผลแล้วพบว่า “ไม่ผ่านคุณสมบัติ” และประสงค์ให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติอีกครั้ง ไม่ว่าจะไม่ผ่านเกณฑ์ในกรณีใด จำเป็นต้องยื่นคำร้องขอทบทวนสิทธิภายในกำหนด เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการตรวจสอบสิทธิ
ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนสามารถยื่นทบทวนสิทธิได้ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์โครงการฯ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th, แอปพลิเคชัน เป๋าตัง, แอปพลิเคชัน ทางรัฐ หรือหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่ที่ต้องยืนยันตัวตนล่าสุด มีจำนวน 3,139,886 ราย ดำเนินการยืนยันตัวตนแล้ว 2,510,504 ราย หรือร้อยละ 79.96 และยังไม่ได้ยืนยันตัวตน 629,382 ราย หรือร้อยละ 20.04 ทั้งนี้ ผู้ที่ยังไม่ได้ดำเนินการควรเร่งยืนยันตัวตนตามช่องทางที่โครงการกำหนด เพื่อให้สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตามกำหนด และการยื่นทบทวนสิทธิเป็นการขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลและคุณสมบัติอีกครั้ง ไม่ได้หมายความว่าผู้ยื่นทบทวนสิทธิจะผ่านเกณฑ์โดยอัตโนมัติ จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบสถานะ ดำเนินการตามขั้นตอนให้ครบถ้วน และติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์โครงการหรือช่องทางราชการเท่านั้น



