หน้าแรก เศรษฐกิจ ทองโลกทรุด 3%...

ทองโลกทรุด 3% หลุด 4,500 ดอลลาร์ หลัง ‘วอร์ช’ ดับฝันดอกเบี้ยขาลง ตลาดเพิ่มเดิมพันเฟดขึ้นดอกเบี้ย

30.08.26 | 14:29 น.

ทองโลกดิ่งกว่า 3% หลุด 4,500 ดอลลาร์ หลัง ‘วอร์ช’ ส่งสัญญาณคุมเงินเฟ้อเข้ม จับตาแรงขายต่อ-ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ

ราคาทองคำตลาดโลกเผชิญแรงขายอย่างหนักในช่วงปลายสัปดาห์ หลัง เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อในการกล่าวสุนทรพจน์ที่การประชุม Jackson Hole ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น กดดันราคาทองคำโดยตรง


Reuters รายงานว่า ราคาทองคำ Spot เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ร่วงลงมากกว่า 3% หลังวอร์ชระบุว่า เฟดยังมี “งานที่ต้องทำ” ในการลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้ตลาดเพิ่มการเดิมพันต่อการขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์

ราคาทองคำ Spot ปิดตลาดบริเวณ 4,454 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงประมาณ 3.18% หลังจากเมื่อต้นสัปดาห์ ราคาทองเคยขึ้นไปแตะประมาณ 4,696 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน ก่อนเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในช่วงท้ายสัปดาห์

ปัจจัยสำคัญมาจากท่าทีของประธานเฟดที่ย้ำว่า เป้าหมายเงินเฟ้อของเฟดที่ระดับ 2% ยังคงเป็นเป้าหมายที่ชัดเจน ขณะที่เงินเฟ้อ PCE ล่าสุดของสหรัฐอยู่ที่ 3.7% ทำให้ตลาดกังวลว่าอัตราดอกเบี้ยอาจต้องอยู่ในระดับสูงต่อไป หรือมีโอกาสปรับขึ้นอีกเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ โดยหลังการกล่าวสุนทรพจน์ ความน่าจะเป็นที่ตลาดให้น้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเฟดครั้งถัดไปเพิ่มขึ้นจากประมาณ 1 ใน 3 เป็นมากกว่า 2 ใน 5

Advertisement

แรงกดดันดังกล่าวทำให้ทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวขึ้น ขณะที่สินทรัพย์ที่มักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์ รวมถึงทองคำ ถูกเทขายตามมา

อย่างไรก็ตาม แม้ทองคำจะปรับตัวลงแรงในระยะสั้น แต่ภาพตลอดเดือนสิงหาคมยังถือว่าแข็งแกร่ง หลังราคาทองปรับขึ้นอย่างมากก่อนการประชุม Jackson Hole โดยการร่วงลงในวันศุกร์ทำให้ผลตอบแทนของทองคำตลอดเดือนลดเหลือประมาณ 13.3%

สำหรับทิศทางในระยะถัดไป ตลาดยังต้องจับตาสัญญาณนโยบายการเงินของเฟด รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงานและเงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ย หากตัวเลขเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งและเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง อาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคาทองคำผ่านการแข็งค่าของดอลลาร์และการปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์

ในทางกลับกัน หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยลดลง หรือความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น ก็อาจเปิดทางให้แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยกลับเข้าสู่ตลาดทองคำอีกครั้ง