หน้าแรก เศรษฐกิจ นับถอยหลัง 1 ...

นับถอยหลัง 1 วัน! ‘TH-AI Passport’ พร้อมเปิดใช้ 31 ส.ค. ยอดลงทะเบียนทะลุ 1.33 ล้าน รวม AI 30 โมเดล

30.08.26 | 16:52 น.

นับถอยหลัง 1 วัน ‘ดีอี’ ลั่นพร้อมที่สุด ‘TH-AI Passport’ รวม AI 14 ค่าย 30 โมเดล เตรียมเปิดใช้ 31 สิงหาคมนี้

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยยอดลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการ TH-AI Passport ล่าสุดอยู่ที่ 1,337,088 ราย ณ เวลา 12.33 น. หลังเปิดลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม ซึ่งเหลือเพียง 1 วันก่อนเปิดใช้งานจริงในวันที่ 31 สิงหาคม สะท้อนกระแสตื่นตัวของประชาชนต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยโครงการตั้งเป้าให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 5 ล้านสิทธิ์ เข้าถึง AI ระดับโปรจากผู้พัฒนาชั้นนำกว่า 14 ราย รวมมากกว่า 30 โมเดล ผ่านแพลตฟอร์ม AiPASS


นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี กล่าวว่า TH-AI Passport คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ที่ขับเคลื่อนกลไกขับเคลื่อนตาม แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ.2565-2570 โดยมุ่งยกระดับทักษะคนไทยและผลักดันการใช้ AI จริง ครอบคลุมนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ข้าราชการ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป โดยมีความร่วมมือจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ทั้ง Microsoft, Google และ NVIDIA เป้าหมายไม่ใช่เพียงให้ประชาชนมีเครื่องมือ แต่ต้องใช้ AI เพิ่มผลิตภาพ สร้างนวัตกรรม และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

นายไชยชนก กล่าวว่า หัวใจสำคัญของโครงการคือการเชื่อม AI Literacy กับ AI Adoption ผ่านแพลตฟอร์ม AiPASS ซึ่งรวม AI กว่า 30 โมเดล ครอบคลุมแชต การเขียนโปรแกรม ค้นคว้าเชิงลึก รวมถึงสร้างภาพ เสียง และวิดีโอ พร้อมแนวคิด “Learn • Earn • Plern” และหลักสูตรจาก Google for Education, Microsoft Elevate และ NVIDIA Deep Learning Institute ผู้ลงทะเบียนช่วงแรกได้รับสิทธิระดับผู้สร้างสรรค์ (Innovator) 30 วัน ก่อน ต้องอบรมและสะสมอย่างน้อย 100 คะแนนต่อเดือนเพื่อรักษาสิทธิ ส่วนผู้ลงทะเบียนหลังวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 เริ่มระดับผู้เริ่มต้น (Beginner) และสะสมคะแนนเพื่อเลื่อนเป็นผู้สร้างสรรค์ (Innovator)

นายไชยชนก กล่าวว่า ข้อมูลจาก Microsoft AI Economy Institute ระบุว่า ไตรมาสแรกปี 2569 คนไทยใช้ Generative AI 12.4% เพิ่มจาก 9.1% หรือเติบโต 36.4% แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก 17.8% และสิงคโปร์ 63.4% ทำให้โจทย์สำคัญของไทยคือการขยายการใช้งานจากคนกลุ่มเดิมไปสู่ประชาชนวงกว้าง และพัฒนาจากการมีเครื่องมือไปสู่การใช้ AI อย่างมีทักษะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

Advertisement

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวว่า สำหรับด้านงบประมาณได้ปรับรูปแบบการจ่ายเงินเป็น Pay Per Active User จ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง โดยแบ่งจ่ายเป็น 5 งวด ซึ่งการแก้ไขสัญญาผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว ส่วนข้อมูลส่วนบุคคล ระบบจะแยกข้อมูลตัวบุคคล ข้อมูลพิสูจน์ตัวตน และข้อมูลการใช้งาน พร้อมตรวจจับและปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอ่อนไหวก่อนส่งพรอมต์ (Prompt) ไปประมวลผล ซึ่งกำหนดไม่ให้ผู้ให้บริการนำข้อมูลไปเทรน AI ของตนเอง และดำเนินการภายใต้ PDPA และมาตรการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

นายพชร กล่าวว่า สำหรับยอดผู้ลงทะเบียน 1.33 ล้านราย ก่อนเปิดใช้จริง 1 วัน เป็นสัญญาณสำคัญว่าคนไทยมีความสนใจและความพร้อมต่อ AI เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จากยอดที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังเปิดลงทะเบียนล่วงหน้า ซึ่งในการเปิดใช้งานในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ “เราพร้อมมากที่สุด” พร้อมในที่นี้ไม่ใช่เพียงการสมัครรับสิทธิ แต่คือความพร้อมที่จะเรียนรู้ ทดลอง และนำ AI ไปใช้จริง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นให้คนไทยก้าวจากผู้ใช้ AI สู่ผู้สร้างสรรค์และสร้างมูลค่า เพื่อยกระดับผลิตภาพและขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ