หน้าแรก เศรษฐกิจ ดีป้า เปิดจุด...

ดีป้า เปิดจุดเด่น-จุดด้อย ความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะไทย ชี้ 3 อันดับสูงสุด วังจันทร์ ยะลาและสามย่าน

31.08.26 | 12:34 น.

ดีป้า เปิดจุดเด่น-จุดด้อย ความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะไทย ชี้ 3 อันดับสูงสุด วังจันทร์ ยะลาและสามย่าน

 


เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า สำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของ ดีป้า มีภารกิจสำคัญในการจัดทำแผนแม่บท แผนปฏิบัติการ และแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ รวมไปถึงการจัดทำรายงานดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะประเทศไทย (Thailand Smart City Competitiveness Index (TSCCI))

การจัดทำรายงานดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ประจำปี 2568 (Thailand Smart City Competitiveness Index 2025) จาก 36 เมืองใน 25 จังหวัด มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้า รวมถึงปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนาเมือง สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาเมือง ก่อให้เกิดการแข่งขันเชิงบวกในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยเปิดโอกาสให้เมืองได้นำเสนอแผนการจัดทำเมืองอัจฉริยะและวิธีการทำงานที่ดีขึ้น เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง และส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน อีกทั้งสร้างความสำเร็จและชื่อเสียงในระดับท้องถิ่นและระดับสากล

Advertisement

ทั้งนี้ ดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะประเทศไทยจะพิจารณาจาก 5 องค์ประกอบของแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ประกอบด้วย การกำหนดวิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และลักษณะของเมืองอัจฉริยะ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งกายภาพและดิจิทัล การพัฒนาระบบข้อมูลและความปลอดภัย การบริการระบบเมืองอัจฉริยะ 7 ด้าน และการระบุแนวทางการลงทุนและการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน

สำหรับเมืองอัจฉริยะที่ได้รับคะแนนชี้วัดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุด 3 อันดับแรกของปี 2568 ได้แก่ เมืองอัจฉริยะวังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง ได้รับคะแนน 86.01% ยะลาเมืองอัจฉริยะ จังหวัดยะลา ได้รับคะแนน 75.07% และสามย่านสมาร์ทซิตี้ กรุงเทพมหานคร ได้รับคะแนน 74.14% ซึ่งผลการจัดอันดับเมืองอัจฉริยะขึ้นอยู่กับข้อมูลการประเมินตนเองและการรายงานผลที่ได้รับจากผู้พัฒนาเมือง

“รายงานดังกล่าวถือเป็นการสร้างระบบวัดและประเมินผล เพื่อให้สามารถติดตามและปรับปรุงการดำเนินงานให้เมืองพัฒนาไปในทิศทางที่เหมาะสม สนับสนุนการเชื่อมโยงและความร่วมมือข้ามส่วนระหว่างหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาและพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น ซึ่งแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะประเทศไทยถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนา Mega Program พลิกโฉมประเทศไทย โดยเพิ่มประสิทธิภาพและขยายเขตเมืองอัจฉริยะให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับ City Data Platform โดยนำข้อมูลที่ถูกจัดเก็บมาบริหารจัดการเมือง แก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด ขับเคลื่อนเมืองในทุกมิติผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพการบริการ และสร้างเมืองที่มีความทันสมัยและยั่งยืน อีกทั้งก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจดิจิทัลให้กับประเทศต่อไป” รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

สำหรับเมืองอัจฉริยะที่ได้รับคะแนนชี้วัดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดจะเข้าพิธีรับมอบโล่และประกาศเกียรติคุณในงาน Thailand Smart City Expo 2026 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–20 พฤศจิกายนนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ทั้งนี้ ดีป้า มุ่งพัฒนาและขับเคลื่อนดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะประเทศไทยให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจดิจิทัลให้กับประเทศ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายงานดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะประเทศไทยฉบับสมบูรณ์ได้ทาง https://short.depa.or.th/YIeJh

———————————————————————

ข้อมูลเพิ่มเติม
รายงานดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ประจำปี 2568 เป็นการรวบรวมข้อมูลเมืองอัจฉริยะที่ได้รับตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะประเทศไทยก่อนปี 2568 จำนวน 36 เมือง โดยปัจจุบัน (เดือนสิงหาคม 2569) มีเมืองส่งข้อเสนอแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะมายังสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทยทั้งสิ้น 254 ข้อเสนอ แบ่งเป็นข้อเสนอเมืองเดิม 246 เมือง และข้อเสนอเมืองใหม่ 8 เมือง ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีเมืองที่ได้รับการประกาศเป็นเมืองอัจฉริยะแล้ว 37 เมือง และเมืองที่เป็นเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ 217 เมือง