หน้าแรก เศรษฐกิจ สรรพสามิตแจงค...

สรรพสามิตแจงคืบหน้า ‘ภาษีบุหรี่อัตราเดียว’ คาดชัดเจน ต.ค. นี้ โชว์ผลงาน 11 เดือน ปรับกว่า 6 พันล้านบาท

31.08.26 | 13:09 น.

สรรพสามิตแจงคืบหน้า ‘ภาษีบุหรี่อัตราเดียว’ คาดชัดเจน ต.ค. นี้ โชว์ผลงาน 11 เดือน ปรับกว่า 6 พันล้านบาท

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างอัตราภาษีบุหรี่ว่า ขณะนี้กรมสรรพสามิตเร่งเดินหน้าปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ โดยเสนอให้มีการเก็บภาษีในอัตราเดียว (Single Tier) ที่เคยชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 นั้น ในส่วนของกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและประชาพิจารณ์ (Hearing) ตามขั้นตอนของกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสรรพสามิตนั้น ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว


นายพรชัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในระดับนโยบายยังมีความคิดเห็นที่หลากหลายจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง กระทรวงการคลังจึงต้องการความชัดเจนทางวิชาการเพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ จึงได้มอบหมายให้มีการนำข้อเสนอของกรมสรรพสามิตไปทำการประเมินผลและศึกษาวิจัยเพิ่มเติมอีกครั้งในระดับกระทรวง ซึ่งล่าสุดจากการหารือคาดว่า คณะผู้ทำการประเมินวิจัยจะส่งมอบผลการศึกษาทั้งหมดให้กับกระทรวงการคลังได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ ส่งผลให้ทิศทางและความชัดเจนว่ารัฐบาลจะเดินหน้าโครงสร้างภาษีบุหรี่ในลักษณะใดจะเริ่มชัดเจนขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2569

ก่อนหน้านี้ นายพรชัย กล่าวว่า ปัญหาของการกำหนดภาษีบุหรี่แบบ 2 อัตราที่ 25% สำหรับบุหรี่ไม่เกิน 72 บาท และ 42% สำหรับบุหรี่ราคาเกิน 72 บาท ได้สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการหันมากำหนดราคาบุหรี่ไม่ให้เกิน 72 บาทต่อซองเพื่อเสียภาษีในอัตราที่ถูกกว่า ส่งผลให้บุหรี่ในท้องตลาดกว่า 95% กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มราคานี้ ส่งผลกระทบให้การเก็บรายได้ภาษีบุหรี่ลดลง 1-2 หมื่นล้านบาทต่อปี ดังนั้นการปรับโครงสร้างให้เป็นอัตราเดียวจึงเป็นทางออกที่เหมาะสม ในแง่ของการเพิ่มประสิทธิภาพรายได้ และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการในตลาดก่อนหน้านี้

Advertisement

นายพรชัย กล่าวว่า ผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตในรอบ 11 เดือนของปีงบประมาณ 2569 ว่า ปัจจุบันกรมสรรพสามิตยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย เน้นการจับกุมด้วยข้อมูล (Data Driven Enforcement) เส้นทางลำเลียง จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเบาะแสจากประชาชน มาวิเคราะห์ร่วมกัน ป้องกันและปราบปราม ครอบคลุมพื้นที่ชายแดนและแหล่งที่มาของสินค้า เส้นทางลำเลียง จุดพัก และจุดกระจายสินค้า ส่วนปลายน้ำคือร้านค้า ตลาด และผู้บริโภค มาใช้ในการพัฒนาต่อยอดพบปัญหาและพฤติกรรมการกระทำผิดมีความแตกต่างกัน ทั้งพื้นที่ชายแดน พื้นที่อุตสาหกรรม พื้นที่เศรษฐกิจ และพื้นที่ศูนย์กลางการกระจายสินค้า ส่งผลให้มาตรการป้องกันปราบปรามต้องมีความเฉพาะเจาะจงและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่

นายพรชัย กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติถูกต้องต้องได้รับความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ ขณะที่ผู้กระทำผิดต้องเผชิญกับตันทุนและความเสี่ยงที่สูงขึ้นจนไม่คุ้มค่าต่อการกระทำผิด ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในรอบ 11 เดือน ปิงบประมาณ 2569 กรมสรรพสามิตสามารถจับกุมดำเนินคดีได้รวม 35,739 คดี เพิ่มขึ้น5.84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีการเปรียบเทียบปรับและประมาณการค่าปรับรวม 6,274.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.98% โดยสินค้ายาสูบเป็นสินค้าที่กระทำผิดสูงสุด รองลงมาคือสุราและน้ำมัน ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตเดินหน้ายกระดับการใช้ข้อมูล การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพและตรงจุดมากยิ่งขึ้นเปลี่ยนแนวคิดมาตรการเดียวใช้ทั่วประเทศสู่พื้นที่ต่างกัน ความเสี่ยงต่างกัน มาตรการก็ต้องต่างกัน