สบน. แจงคืบเงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงาน เปิดหน่วยงานเสนอโครงการได้ถึง 30 ก.ย. ยันแบบฟอร์มละเอียด-เข้มข้น ลุ้นปรับเกณฑ์หนุนบ้านเล็กติดโซลาร์
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน โดยในส่วนของวงเงิน 2 แสนล้านบาทหลังนั้นว่า โครงการดังกล่าวได้รับความเห็นชอบผ่านทั้ง 2 สภาเรียบร้อยแล้ว ทั้งสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และวุฒิสภาในวันนี้ (31 ส.ค. 2569) ซึ่งขั้นตอนตามนโยบายในลำดับถัดไป คือการเปิดให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจัดทำและยื่นข้อเสนอโครงการเข้ามายังคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ แผน 2 พิจารณา โดยในขณะนี้อยู่ในช่วงของการรอรับข้อเสนอจากหน่วยงานต่างๆ
นางจินดารัตน์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้หน่วยงานเสนอโครงการเข้ามาแล้ว แต่อาจจะยังไม่เข้าหลักเกณฑ์ ซึ่งคณะกรรมการได้จัดทำหลักเกณฑ์และแบบฟอร์มที่มีความละเอียดและเข้มข้นแจกจ่ายให้แก่หน่วยงานต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แบบฟอร์มดังกล่าวได้กำหนดให้ระบุสาระสำคัญอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ชื่อโครงการ วัตถุประสงค์ กรอบวงเงิน ระยะเวลาดำเนินงาน ขอบเขตงาน ตลอดจนตัวชี้วัดที่ชัดเจนในการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลหรือความสามารถในการสร้างคาร์บอนเครดิต ทั้งนี้ เกณฑ์การคัดเลือกยังมุ่งเน้นการพิจารณาความพร้อม ความจำเป็น มีรูปแบบรายการที่ชัดเจน และต้องไม่เป็นโครงการประเภทการศึกษาวิจัยหรือการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศ
นางจินดารัตน์ กล่าวว่า ในส่วนของกระบวนการกลั่นกรองข้อเสนอ ข้อเสนอทั้งหมดจะถูกส่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ (แผน 2) ซึ่งมี นายกุลิศ สมบัติศิริ เป็นประธานอนุกรรมการ ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกอีก 3 ท่าน ก่อนจะนำเสนอเข้าสู่คณะกรรมการคณะใหญ่ที่มี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน โดยคณะกรรมการจะมีกรอบระยะเวลาในการพิจารณาประมาณ 15 วัน สำหรับกรอบเวลาการดำเนินงานที่ชัดเจนนั้น ได้กำหนดให้หน่วยงานต่าง ๆ ยื่นคำขอเสนอโครงการภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นกรอบเวลาที่คณะกรรมการกำหนดขึ้นเอง ไม่ได้อยู่ในระเบียบหรือกฎหมายใดๆ และดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2570 ก่อนจะสิ้นสุดการเบิกจ่ายงบประมาณภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2570
นางจินดารัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการภายใต้พระราชกำหนดฯ ยังมีการหารือในการพิจารณาปรับเกณฑ์การสนับสนุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน ซึ่งเดิมมีการวางกรอบเงินอุดหนุนครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท อาจปรับเป็น 3-5 หมื่นบาท รวมทั้งพิจารณาปรับเกณฑ์ขนาดกำลังผลิตติดตั้ง จากเดิมที่เคยระบุไว้ 5 กิโลวัตต์ อาจปรับลดลงมาเป็น 3 กิโลวัตต์ เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มบ้านเรือนขนาดเล็กที่ใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าเดือนละ 3,000 บาท ส่วนเป้าหมายการสนับสนุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่เคยตั้งไว้ 1 ล้านรายนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและทบทวนความเหมาะสมร่วมกับความพร้อมและจำนวนของผู้ประกอบการหรือผู้จำหน่าย (Vendors) ในตลาด



