กสทช. ชี้ดาต้าเซ็นเตอร์ไทย ยังไร้กฎหมายคุมเบ็ดเสร็จ จับตากรรมการฯ นัดถกกรอบกำกับสัปดาห์นี้
เมื่อวันที่ 2 กันยายน แหล่งข่าวจาก สำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยถึงการกำกับดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย ว่า ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายฉบับใดกำกับกิจการดาต้าเซ็นเตอร์โดยตรงแบบเบ็ดเสร็จ อำนาจและหน้าที่จึงกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน ตั้งแต่การก่อสร้างและอาคาร การใช้ไฟฟ้า การประกอบกิจการโรงงาน การลงทุน ไปจนถึงระบบสื่อสารและการรับส่งข้อมูล โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แม้มีภารกิจเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและข้อมูล แต่ยังไม่มีกฎหมายให้อำนาจกำกับดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดโดยตรง
ขณะที่ กสทช.มีอำนาจออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมในส่วนที่เข้าข่ายกิจการโทรคมนาคม โดยข้อมูล ณ วันที่ 27 กรกฎาคม มีผู้ได้รับใบอนุญาตแล้ว 26 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตแบบที่ 1 จำนวน 23 ราย และแบบที่ 3 จำนวน 3 ราย ส่วนบางรายยังอยู่ระหว่างรอลงนามใบอนุญาตหรือการตรวจสอบเอกสาร
แหล่งข่าวกล่าวว่า จำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. ไม่สามารถใช้สะท้อนจำนวนดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดในประเทศได้ เนื่องจากใบอนุญาตครอบคลุมเฉพาะส่วนที่อยู่ภายใต้อำนาจกำกับด้านโทรคมนาคม ขณะที่การจัดตั้งและดำเนินงานดาต้าเซ็นเตอร์ ยังเกี่ยวข้องกับกฎหมายและการอนุญาตจากหลายหน่วยงาน ทั้งการใช้ไฟฟ้า การก่อสร้าง การประกอบกิจการโรงงาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และการจัดเก็บเชื้อเพลิง ทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์แต่ละแห่งมีชุดใบอนุญาตแตกต่างกัน บางแห่งอาจต้องมีทั้งใบอนุญาตจาก กสทช. การใช้ไฟฟ้า และ BOI ขณะที่บางแห่งอาจไม่เข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตบางประเภท จึงไม่สามารถใช้ใบอนุญาตใดใบอนุญาตหนึ่งตัดสินได้ว่าได้รับอนุญาตครบทุกมิติแล้ว
แหล่งข่าวกล่าวว่า อีกประเด็นที่ต้องตรวจสอบคือการจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับระบบไฟฟ้าสำรอง หากมีปริมาณเข้าข่ายตามกฎหมาย ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตจากหน่วยงานด้านพลังงานที่เกี่ยวข้อง โดยแม้ระดับหลักหมื่นลิตรก็มีข้อกำหนดแล้ว จึงต้องตรวจสอบเป็นรายแห่งทั้งปริมาณ รูปแบบการติดตั้ง และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง
ส่วนกรณีมีการกล่าวอ้างว่าดาต้าเซ็นเตอร์บางแห่งอาจมีน้ำมันสำรองมากกว่า 4 แสนลิตรนั้น แหล่งข่าวยังไม่สามารถยืนยันได้และต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยหากมีปริมาณดังกล่าวจริง จะเทียบได้กับรถขนส่งน้ำมันขนาด 30,000 ลิตรมากกว่า 13 คัน จึงต้องพิจารณาขนาดพื้นที่ จำนวนและความจุถัง รวมถึงใบอนุญาตก่อน โดยข้อสังเกตดังกล่าวยังไม่ใช่ข้อสรุปว่ามีการจัดเก็บจริงในปริมาณดังกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า การจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ มีเป้าหมายบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน น้ำ ผังเมือง ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และระบบสื่อสาร เพื่อกำหนดแนวทางกำกับดูแลร่วมกัน หลังที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานรับผิดชอบเฉพาะภารกิจของตนเอง โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา เห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการฯ กำหนดให้รองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี มหาดไทย และพลังงาน เป็นรองประธานตามลำดับ เพื่อวางนโยบาย มาตรฐาน และกรอบกำกับดาต้าเซ็นเตอร์ครอบคลุมพลังงาน น้ำ ผังเมือง ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และอธิปไตยด้านข้อมูล โดยคณะกรรมการเตรียมหารือกรอบกำกับดูแลร่วมกันภายในสัปดาห์นี้

