กสทช.เดือด! 3 กรรมการชงประชุม 6 คนพรุ่งนี้ ไม่รอ ‘สรณ’ นัด 9 ก.ย. ฝ่ายสำนักงานยังพิจารณา
เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 3 กันยายน ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม กสทช. (ต่อเนื่อง) ครั้งที่ 25/2569 ล่มเป็นครั้งที่ 8 เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ ส่งผลให้ต้องเลื่อนการประชุมออกไปอีกครั้ง โดยกำหนดนัดหมายใหม่เป็นวันที่ 9 กันยายน 2569
สำหรับการประชุมครั้งนี้ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ไม่ได้เข้าร่วมประชุม โดยแจ้งว่าติดภารกิจและขอเลื่อนการประชุม ขณะที่ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ
ส่วนกรรมการ กสทช. อีก 2 ราย ได้แก่ นายต่อพงศ์ เสลานนท์ และ พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร ไม่ได้เข้าร่วมประชุมโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ขณะที่ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเช่นกัน
ด้านกรรมการทั้ง 3 ราย ได้แก่ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย เดินทางมายังสำนักงาน กสทช. แต่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม หลังเห็นว่าการดำเนินการควรต้องเป็นไปตามผลของคำสั่งศาลปกครองสูงสุด และควรเปิดประชุมเฉพาะกรรมการที่เหลืออยู่ 6 คน

ภายหลังการประชุมที่ไม่สามารถดำเนินการได้ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ พร้อมด้วยกรรมการ กสทช.อีก 2 ราย ได้แถลงถึงจุดยืนต่อกรณีคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 952/2569 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ซึ่งมีคำสั่งรับคำฟ้องของ ศ.คลินิก นพ.สรณ กรณีขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.
พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์กล่าวว่า การที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งรับฟ้อง ไม่ได้ทำให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.สิ้นผลลง และยังยืนยันว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่กรรมการ กสทช.ต่อไปได้ ซึ่งจากคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด เมื่อคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.มีคำวินิจฉัยว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ เป็นผู้สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่แล้ว ย่อมเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (5) เนื่องจากเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 8 และทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่กรรมการ กสทช.ต่อไปได้ ตามมาตรา 20 วรรคสาม
“คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาเป็นคำสั่งทางปกครองที่ถือเป็นที่สุด ย่อมมีผลอยู่ตราบเท่าที่ยังไม่มีการเพิกถอน หรือสิ้นผลลงด้วยเงื่อนไขหรือเหตุอื่น การที่มีการฟ้องคดีต่อศาลปกครอง แม้ศาลจะรับฟ้องไว้พิจารณา ก็ไม่ได้ส่งผลต่อความสมบูรณ์หรือการบังคับใช้คำสั่งทางปกครองนั้น เว้นแต่ศาลปกครองจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว” พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์กล่าว
พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์กล่าวว่า คำสั่งศาลปกครองสูงสุดยังสะท้อนว่า เมื่อคณะกรรมการสรรหามีคำวินิจฉัยว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่ง ย่อมทำให้พ้นจากตำแหน่งและไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ โดยให้กรรมการที่เหลืออยู่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อ และถือว่า กสทช.ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ ดังนั้น สำนักงาน กสทช.ควรดำเนินการจัดประชุม กสทช.เฉพาะกรรมการที่เหลืออยู่ 6 คน เพื่อให้การดำเนินงานขององค์กร โดยเฉพาะภารกิจด้านกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม สามารถเดินหน้าต่อได้โดยไม่หยุดชะงัก

“ศาลก็ได้ชี้ไว้ชัดเจน เพื่อให้การบริการสาธารณะด้านกิจการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ หรือโทรคมนาคม สามารถดำเนินการต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก ซึ่งเป็นเหตุผลว่ากรรมการที่เหลืออยู่ต้องกลับมาปฏิบัติหน้าที่ต่อ” พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์กล่าว
พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ยังกล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้นำความกราบบังคมทูลเพื่อดำเนินการให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งตามขั้นตอนกฎหมาย รวมถึงนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ให้ข้อมูลว่าการรับฟ้องของศาลปกครองสูงสุดยังไม่มีผลกระทบต่อกระบวนการดังกล่าว และรัฐบาลยังดำเนินการตามขั้นตอนเดิม
“ดังนั้น จึงย้ำว่าผมไม่สามารถกระทำการอื่นที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายได้” พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์กล่าว
ต่อมา พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ได้ทำหนังสือถึงสำนักงาน กสทช. ขอให้ดำเนินการจัดประชุมเฉพาะกรรมการที่เหลืออยู่ 6 คน เพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา และสอดคล้องกับคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด

ขณะที่ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองกล่าวว่า คำสั่งศาลปกครองสูงสุดถือเป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายที่สำคัญ และสอดคล้องกับจุดยืนที่กรรมการบางส่วนถือมาตั้งแต่ได้รับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา โดยเห็นว่าประเด็นสำคัญไม่ได้มีเพียงสถานะของประธาน กสทช. แต่ยังเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของกรรมการที่เหลืออยู่ เพื่อไม่ให้ภารกิจขององค์กรหยุดชะงัก
ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองกล่าวต่อว่า ได้ทำหนังสือถึงรักษาการเลขาธิการ กสทช. เพื่อขอให้จัดประชุมโดยเร็วที่สุด พร้อมเสนอให้จัดประชุมในวันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. และเชิญกรรมการ กสทช.ที่เหลืออยู่ทั้ง 6 คนเข้าร่วมประชุม
“ดิฉันทำหนังสือถึงรักษาการเลขาฯ ขอให้มีการจัดประชุมโดยเร็วที่สุด ซึ่งเสนอไปวันที่ 4 กันยายน เวลา 09.30 น. และให้นัดทั้ง 6 คนที่เหลืออยู่มาประชุมร่วมกัน” ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองกล่าว
ด้าน รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัยกล่าวว่า การที่ศาลรับฟ้องเป็นเรื่องของสิทธิในการเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี ขณะที่กรรมการยังต้องกลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย โดยเห็นว่าหลังจาก กสทช.ไม่ได้ประชุมมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง จำเป็นต้องเร่งพิจารณาวาระที่คั่งค้าง เพื่อให้กิจการสื่อสารเดินหน้าต่อ
“ไม่มีใครชนะใคร เรื่องรับฟ้องก็เป็นเรื่องของการต่อสู้คดี ต่างฝ่ายก็ดำเนินการตามกระบวนการ แต่เวลานี้เราควรมาร่วมกันทำงานตามที่ศาลท่านสั่ง” รศ.ดร.ศุภัชกล่าว
นายสมบัติ ลีลาพตะ นิติกรเชี่ยวชาญพิเศษ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช.เพิ่งได้รับหนังสือจาก พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ ขอให้จัดประชุมเฉพาะกรรมการ กสทช.ที่เหลืออยู่ 6 คน ในช่วงเที่ยงวันที่ 3 กันยายน 2569 โดยสำนักงานจะนำไปพิจารณาและแจ้งแนวทางดำเนินการให้กรรมการทราบอีกครั้ง
ทั้งนี้ กำหนดการประชุม กสทช.ที่ประธาน กสทช.ขอเลื่อนจากวันนี้ ยังคงนัดหมายใหม่เป็นวันที่ 9 กันยายน 2569 ตามเดิม เนื่องจากประธานติดภารกิจ

