ธปท.เตรียมออกเกณฑ์ใบอนุญาต ไล่บี้สินเชื่อซื้อก่อนจ่ายทีหลัง หวั่นเยาวชนเป็นหนี้เสียเร็วเกิน
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.เตรียมออกเกณฑ์ใบอนุญาตใหม่ (License) สำหรับสินเชื่อรูปแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) ซึ่งเกณฑ์ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) ขณะนี้เข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569 ซึ่งคาดว่าจะได้ออกในไตรมาส 4/2569 โดยปัจจุบันผู้เล่นหลักในตลาด BNPL มีอยู่ประมาณ 6 แห่ง ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่ปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดย ธปท.ได้วางกรอบการควบคุมไว้อย่างชัดเจนว่า จะเน้นคุมที่ผู้ปล่อยสินเชื่อ เพื่อควบคุมมาตรฐานดอกเบี้ย เงื่อนไขการให้บริการ และการกู้ได้ตามความสามารถในการชำระหนี้
“ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา บริการ BNPL เติบโตขึ้นถึง 10 เท่า โดยมีจำนวนผู้ใช้งานพุ่งสูงขึ้นจาก 600,000 คน เพิ่มขึ้นเป็น 6 ล้านคนอย่างรวดเร็ว ทำให้หลักการคือ เราจะมีใบอนุญาตใหม่ขึ้นมาอีก 1 ใบ เป็นใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบการ BNPL จึงต้องมีเวลาให้ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจนี้เข้ามาขอใบอนุญาต ซึ่งเมื่อออกเกณฑ์มาแล้วก็ต้องเข้าร่วม ไม่เช่นนั้นจะทำธุรกิจไม่ได้ ถือว่าผิดกฎหมาย” นายวิทัย กล่าว
นายวิทัย กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ พฤติกรรมการสร้างหนี้ของกลุ่มเยาวชน โดยพบว่า 45% ของเด็กรุ่นใหม่ที่กู้เงินครั้งแรก คือกลุ่ม New to Credit (กลุ่มที่ไม่เคยมีประวัติสินเชื่อในระบบมาก่อน) โดยจำนวนบัญชีสินเชื่อเติบโตเฉลี่ย บวกกว่า 78.9% ต่อปี มูลค่าสินเชื่อ BNPL เติบโตเฉลี่ย บวก 56% ต่อปี ซึ่งคนกลุ่มนี้หากไม่ดูแลให้ดี จะเกิดปัญหาเชิงระบบต่อสังคมได้ ทั้งหนี้เสีย และการเป็นหนี้เร็วเกินตัว โดยกรอบมาตรการและเงื่อนไขที่ ธปท.เตรียมนำมาใช้ควบคุม BNPL เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบเชิงระบบและปัญหาสังคมตามมาว่า จะต้องมีการกำหนดคุณสมบัติและข้อจำกัดของผู้ใช้งานอย่างละเอียด เพื่อสร้างความชัดเจนที่สุด

นายวิทัย กล่าวว่า ใบอนุญาตใหม่ไลเซนส์ (License) กำหนดให้มีใบอนุญาตเฉพาะสำหรับธุรกิจ BNPL ได้แก่ การกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ใช้บริการ อยู่ในช่วง (18-20 ปี) ต้องมีอัตราดอกเบี้ยตามเพดานอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในช่วง (15-20%) จำกัดวงเงิน กำหนดวงเงินไม่เกิน ≤ 20,000 บาท/คน ระยะเวลาสินเชื่อ กำหนดระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน ≤ 6 เดือน การโฆษณา ห้ามใช้โฆษณากระตุ้นหรือมอมเมาที่ส่งเสริมพฤติกรรมสร้างหนี้เกินตัว ต้องให้ข้อมูลตอบแทนครบถ้วนก่อนตกลงสมัครใช้สินเชื่อหรือซื้อสินค้า ห้ามนำวงเงิน BNPL ไปเบิกถอนเป็นเงินสดโดยเด็ดขาด การกำหนดมูลค่าขั้นต่ำและประเภทสินค้า อาจมีการกำหนดมูลค่าสินค้าขั้นต่ำ และ/หรือกำหนดประเภทสินค้าที่จะเข้ารับการให้บริการ BNPL
นายวิทัย กล่าวว่า ยกตัวอย่าง บริษัทหนึ่งปล่อยสินเชื่อให้ทำ BNPL ดอกเบี้ย 25% แล้วมีอีกบริษัทหนึ่งทำ E-Wallet มาประกบกัน หากเบิกเป็นเงินสด มีค่าธรรมเนียมผ่านอีวอลเล็ต (E-Wallet) อีกบริษัทหนึ่งบวกเพิ่มอีก 10% กลายเป็น 35% แล้วเอาเงินนี้ไปซื้อ BNPL ให้ส่วนต่างของราคาจ่ายก่อนกับหลังเป็นรอบที่ 3 ซึ่งพวกนี้ทำให้ผู้บริโภคลำบากและสับสน รวมถึงเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินทุนสีเทาและการพนันออนไลน์ ซึ่งหากแบงก์ชาติไม่เข้าไปดูแล ทั้งหมดนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง

