หน้าแรก เศรษฐกิจ นักธุรกิจ เอส...

นักธุรกิจ เอสเอ็มอี แนะยุทธศาสตร์จับคู่ เศรษฐกิจใหม่ กับ ดาต้าเซ็นเตอร์

5.09.26 | 09:25 น.

นักธุรกิจ เอสเอ็มอี แนะยุทธศาสตร์จับคู่ เศรษฐกิจใหม่กับดาต้าเซ็นเตอร์

วันที่ 5 กันยายน นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ให้ความเห็นถึงการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ไว้ว่า เศรษฐกิจใหม่กับการลงทุน “ดาต้าเซ็นเตอร์” ที่ต้องเหลียวหน้าแลหลังกับ “ฉากทัศน์อนาคตโลก” และ “ปัญหาที่เผชิญในปัจจุบัน” หากมองแบบเป็นกลาง จะพบว่าดาต้าเซ็นเตอร์เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจในทุกประเทศที่มีความจำเป็นต้องมีตามการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI การมีเหมืองฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมกับการเติบโตควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ปัญหา คือเราตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงนั้นและรอปัญหาเกิดขึ้นจึงแก้


การกำหนดแผน “ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่คู่ขนาน” กับการ “มีดาต้าเซ็นเตอร์” และ “อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด” เพื่อรองรับอนาคตของประเทศ หากดาต้าเซ็นเตอร์ คือ “ความจำเป็น” ที่จะต้องรองรับเศรษฐกิจภายใน ประเทศและภูมิภาค AEC หรือในระดับ ASEAN

ซึ่งหากความจำเป็นต้องมีดาต้าเซ็นเตอร์อย่างมีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางอนาคตที่จะต้องเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและพึ่งพาตนเองรวมถึงการเป็น “ฮับดาต้าเซ็นเตอร์” ประเทศจะได้อะไรจากการมีฮับดาต้าเซ็นเตอร์ ความพร้อมของทรัพยากร การขับเคลื่อนการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานและรายได้ที่เข้าประเทศ ความมั่นคง ความปลอดภัยของข้อมูล การทำให้ต้นทุนทางการบริหารจัดการข้อมูลลดลง การส่งเสริมห่วงโซ่ดาต้าเซ็นเตอร์กับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วน อุปกรณ์ทางเทคโนโลยีดิจิทัล คลาวด์ เซมิคอนดักเตอร์ การเข้ามาลงทุนของอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องและอุตสาหกรรมต่อยอดดาต้าเซ็นเตอร์ การสสนับสนุนให้เกิดการใช้ Local content ในอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ การที่ประชาชนและผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงการบริการที่เกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์ที่สะดวกรวดเร็วและต้นทุนต่ำกว่า น้ำหนักระหว่าง “มี” กับ “ไม่มี” หรือ “มีแค่ไหน” จึงจะพอเพียง และเพียงพอเหมาะสมกับประเทศไทย ความสูญเสียโอกาสที่เกิดขึ้นกับการปฏิเสธดาต้าเซ็นเตอร์ ประเทศไทยต้องจ่ายค่าเสียโอกาสอะไรไปบ้างทั้งทางตรงและทางอ้อม

กระบวนยุทธ (ศาสตร์) “รัฐ” กับสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องที่งผู้ลงทุน ผู้ประกอบการไทยที่รองรับการลงทุน ภาคประชาสังคม และหน่วยงานภาครัฐฐที่เกี่ยวข้องกับการปรับกฎหมาย กฎระเบียบ เงื่อนไขการขออนุญาต การส่งเสริมการลงทุน สิทธิประโยชน์ของผู้ลงทุนและประเทศที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมกับ “เศรษฐกิจดิจิทัล และ AI” การมี Checklist “ความพร้อมที่มี กับ “ความพร้อมที่ขาด” จะทำให้สามารถประเมินความเป็นไปได้ และการกำหนดแผนการขับเคลื่อนประเทศอย่างเป็นระบบ อาทิ กำลังผลิตยอดไฟฟ้าที่เพียงพอ และต้องเป็นพลังงานสะอาด, ระบบซัพพลายน้ำที่เพียงพอต่อการใช้งาน, แผนบริหารความเสี่ยงและกลยุทธ์ในการรองรับความเสี่ยงอย่างเป็นระบบและมีมาตรการที่ชัดเจนรัดกุมรอบด้าน, การบริหารจัดการมลพิษ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การดำเนินการ EIA, การจัดโซนอุตสาหกรรมรองรับอย่างไรที่จะไม่กระทบชุมชน, ระบบนิเวศอุตสาหกรรมทั้งระบบที่เกี่ยวข้องจะช่วยส่งเสริมสนับสนุนเศรษฐกิจอย่างไรได้ การจ้างงานทางตรง ทางอ้อมเป็นอย่างไร สามารถเพิ่มการขยายตัวของ GDP และสร้างโอกาสในการกระจายรายได้ได้อย่างไร เป็นต้น สิ่งสำคัญ การสื่อสารสร้างการรับรู้ในภาคประชาชนและให้ข้อมูลครบทุกประเด็น และการตัดสินใจเปลี่ยนแปลง แก้ไข ปรับปรุง อนุญาตที่ต้องตรวจสอบได้ โปร่งใสอย่างมีธรมาภิบาล สร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

Advertisement

การรับฟังความต้องการทั้ง 2 ฝ่ายอย่างรอบด้านเป็นกลางด้วยเหตุผลที่สนับสนุนและไม่สนับสนุน สุดท้ายภาครัฐต้องเข้ามางานประโยชน์สูงสุดให้เกิดขึ้นกับประเทศชาติประชาชน “เปลี่ยนภาระเป็นพลัง” หรือ “เปลี่ยนโอกาสเป็นอากาศ”

อย่าให้ความขัดแย้งกลายเป็นปัญหา แต่ต้องช่วยกันแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธีและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย “คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของชาติ” สุดท้าย “มองยุทธศาสตร์เพื่อนบ้านอาเซียนและโลก” แล้วถาม “อะไร คือ ช่องว่าง และ อะไร คือ โอกาส หรือ ความจำเป็น”