คปภ. เชิดชูพลังคนประกันภัยไทย บนเวที Prime Minister’s Insurance Awards 2026
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวแสดงความยินดีต่อผู้ได้รับรางวัล ภายในงาน Prime Minister’s Insurance Awards 2026 พร้อมชื่นชมบทบาทของภาคอุตสาหกรรมประกันภัยในการสร้างความเชื่อมั่นและเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจว่า อุตสาหกรรมประกันภัยไทยมีความเข้มแข็งจากการกำกับดูแลของสำนักงาน คปภ. ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น ขณะเดียวกัน Insurance Penetration ยังสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสและพื้นที่ในการเติบโตของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยได้อีกมาก ซึ่งการขยายการเข้าถึงประกันภัยจำเป็นต้องอาศัยหลายปัจจัย ทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน การพัฒนาเทคโนโลยี และการยกระดับการให้บริการ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่ภาคประกันภัยต้องนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคและข้อจำกัดเดิม ผ่านกลไกสำคัญ “3 e” ได้แก่ e-KYC (Electronic Know Your Customer) การรู้จักและพิสูจน์ตัวตนลูกค้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Policy กรมธรรม์ประกันภัยอิเล็กทรอนิกส์ และ e-Claim การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งหากสามารถขับเคลื่อนทั้ง 3 ส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้อุตสาหกรรมประกันภัยก้าวข้ามอุปสรรคสำคัญ เพิ่มการเข้าถึงประกันภัย และตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น

นายลวรณ กล่าวว่า โอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมประกันภัยในการยกระดับบทบาทของประกันภัยให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารและถ่ายโอนความเสี่ยง โดยเฉพาะการเข้ามาช่วยรองรับและแบ่งเบาความเสี่ยงของภาครัฐ ดังเช่นการประกันภัยข้าวที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประกันภัย และสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเครื่องมือประกันภัยในการบริหารความเสี่ยงได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยหนึ่งในโอกาสสำคัญในระยะต่อไปคือ ค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ภาครัฐรับภาระอยู่ในปัจจุบัน และเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมประกันภัยไทยมีศักยภาพที่จะเข้ามาช่วยรองรับและแบ่งเบาความเสี่ยงดังกล่าวได้ โดยหัวใจสำคัญคือการมีข้อมูลด้านการรักษาพยาบาลที่ครบถ้วนและเชื่อมโยงกัน ทั้งจากโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข กลุ่มโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย และระบบภาครัฐ เพื่อให้มีข้อมูลและสถิติที่เพียงพอสำหรับการรับประกันภัยในอนาคต พร้อมเชื่อมั่นว่าด้วยความแข็งแกร่งและความพร้อมของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย จะสามารถขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเสาหลักด้านการประกันภัยของภูมิภาคอาเซียน และหวังว่ารางวัล แห่งความสำเร็จที่ได้รับในครั้งนี้ จะเป็นทั้งความภาคภูมิใจและแรงผลักดันในการร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้ก้าวหน้าและเข้มแข็งยิ่งขึ้นต่อไป
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวภายในงาน Prime Minister’s Insurance Awards 2026 ว่า เป็นเวทีเกียรติยศสำคัญของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย เพื่อยกย่ององค์กรและบุคลากรที่มีผลงานโดดเด่น ทั้งด้านการบริหารจัดการ การสร้างสรรค์นวัตกรรม การดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล ตลอดจนการสร้างคุณค่าแก่ประชาชนและสังคม โดยความสำเร็จของผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ สะท้อนถึงการยกระดับอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้มีความเข้มแข็งและพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต ขณะเดียวกันระบบประกันภัยยังมีบทบาทสำคัญในฐานะ “เสาหลักและตาข่ายรองรับความปลอดภัยทางสังคมและเศรษฐกิจ” ช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชน ภาคธุรกิจ และประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องเผชิญอุบัติภัยและภัยพิบัติ ซึ่งที่ผ่านมาได้เห็นพลังความร่วมมือของสำนักงาน คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัยในการลงพื้นที่ ช่วยเหลือ และเยียวยาประชาชนอย่างทันท่วงที สะท้อนให้เห็นว่า “ประกันภัยไม่ใช่เพียงกระดาษสัญญา แต่คือคำมั่นสัญญาแห่งความหวัง”

นายชูฉัตร กล่าวว่า จากพลังความร่วมมือของสำนักงาน คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ที่ร่วมกันยกระดับมาตรฐาน พัฒนานวัตกรรม และขยายการเข้าถึงความคุ้มครองให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม ส่งผลให้ระบบประกันภัยมีบทบาทต่อเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความตระหนักรู้และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบประกันภัย และในปี 2569 ทุกภาคส่วนพร้อมผนึกกำลังเร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงให้แตะระดับ 1 ล้านล้านบาทเป็นครั้งแรก นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนศักยภาพ ความแข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นที่มีต่อระบบประกันภัยไทย โดยพลังขับเคลื่อนดังกล่าวเกิดจาก “หนึ่งสมอง สองมือ และหนึ่งหัวใจ” ที่พร้อมร่วมกันพยุงเศรษฐกิจและสังคมไทยให้ก้าวผ่านทุกความเสี่ยง
สำหรับพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2569 ถือเป็นเวทีแห่งเกียรติยศที่สะท้อนศักยภาพและความเป็นเลิศขององค์กรและบุคลากรในแวดวงประกันภัยไทย ครอบคลุมทั้งบริษัทประกันภัย ตัวแทนและนายหน้าประกันภัย ผู้ประเมินวินาศภัย และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสำนักงาน คปภ. และระบบประกันภัย ตลอดจนผลงานด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี ความยั่งยืน และการขยายการเข้าถึงการประกันภัยของประชาชน โดยปีนี้มี 10 ประเภทรางวัล รวมทั้งสิ้น 60 รางวัล


