หน้าแรก เศรษฐกิจ ธุรกิจวิตกสู้...

ธุรกิจวิตกสู้รบยืดเยื้อ-ราคาพลังงานสูง กระทบ 8 เดือน ยอด ‘ปิดกิจการ’ เพิ่ม 17.38%

7.09.26 | 14:28 น.

ธุรกิจเปิดใหม่ 8 เดือนแตะ 6 หมื่นราย วิตกสู้รบยืดเยื้อ-ราคาพลังงานสูง กระทบปิดกิจการเพิ่ม 17.38%


เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนสิงหาคม 2569 มี 7,913 ราย เพิ่มขึ้น 401 ราย หรือเพิ่ม 5.34% จากเดือนกรกฎาคม และเทียบเดือนสิงหาคม 2568 เพิ่มขึ้น 272 ราย หรือเพิ่ม 3.56% โดยมีทุนจดทะเบียนรวม 16,811 ล้านบาท ลดลง 36,836 ล้านบาท หรือลด 68.66% จากเดือนกรกฎาคม 2569 เทียบเดือนสิงหาคม ปีก่อน ลดลง 6,378 ล้านบาท หรือลด 27.51% ทำให้ 8 เดือนแรกปี 2569 สะสม 60,198 ราย เพิ่มขึ้น 1,009 ราย หรือ 1.70% และมีทุนจดทะเบียนสะสมอยู่ที่ 181,658 ล้านบาท ลดลง 12,689 ล้านบาท คิดเป็น 6.53% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

โดย 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวน่าสนใจ ได้แก่ 1) ธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต 1,766 ราย เพิ่มขึ้น 605 ราย คิดเป็น 52.11% ทุนจดทะเบียน 2,861 ล้านบาท 2) ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 2,927 ราย เพิ่มขึ้น 516 ราย คิดเป็น 21.40% มูลค่าทุนจดทะเบียน 4,721 ล้านบาท และ 3) ร้านขายปลีกเสื้อผ้า 735 ราย เพิ่มขึ้น 342 ราย คิดเป็น 87.02% มูลค่าทุนจดทะเบียน 1,001 ล้านบาท

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ยอดเลิกประกอบกิจการเดือนสิงหาคม 2569 มี 2,244 ราย เพิ่มขึ้น 92 ราย หรือเพิ่ม 4.28% จากเดือนกรกฎาคม และเทียบเดือนสิงหาคม 2568 เพิ่มขึ้น 584 ราย หรือเพิ่ม 35.18% ทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 7,035 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 260 ล้านบาท คิดเป็น 3.83% จากเดือนกรกฎาคม และเทียบเดือนสิงหาคม 2568 ลดลง 5,298 ล้านบาท หรือลด 42.96% ยอดจดทะเบียนเลิกช่วง 8 เดือนปี 2569 มีจำนวน 11,420 ราย เพิ่มขึ้น 1,691 ราย หรือเพิ่ม 17.38% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ทุนจดทะเบียนเลิกสะสมที่ 112,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49,635 ล้านบาท หรือเพิ่ม 78.74%

Advertisement

“ยอดจัดตั้งใหม่ 8 เดือนที่เพิ่ม 1.70% สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจช่วงที่ผ่านมาฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยส่วนหนึ่งได้รับแรงสนับสนุนของนโยบายรัฐบาลอย่างไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลนำมาใช้ลดภาระค่าครองชีพ และกระตุ้นการใช้จ่ายฐานราก และโครงการภาคการเที่ยวท่องของรัฐบาลในช่วงปลายปี 2569 เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจอื่น ๆ อาทิ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์สงครามเผชิญภาวะยืดเยื้อ ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานด้านการขนส่งมีความผันผวน ความกดดันด้านเงินเฟ้อโลก ส่งผลกระทบให้เงินบาทมีความผันผวน การลงทุนของภาคเอกชนบางกลุ่มธุรกิจ ชะลอตัว ประกอบกับการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่รุนแรง “ นายพูนพงษ์ กล่าว