สภาผู้บริโภคจี้ กสทช. 6 คนเร่งประชุม แก้ปมค้าง 148 วาระ หวั่นกระทบทีวีดิจิตอล-เศรษฐกิจ
สภาองค์กรผู้บริโภค ผนึกสมาคมทีวีดิจิตอล เรียกร้อง กสทช. ที่เหลือทั้ง 6 คนเร่งเปิดประชุม หลังการประชุมล่มมาแล้ว 8 ครั้ง เตรียมเข้าสู่ครั้งที่ 9 ชี้มีวาระค้าง 148 เรื่อง กระทบการคุ้มครองผู้บริโภค อุตสาหกรรมทีวีดิจิตอล และการลงทุน ขณะที่ “สารี” ย้ำไม่ควรใช้ข้อกฎหมายเป็นเหตุขัดขวางการทำหน้าที่ ขอให้ประธาน กสทช. หยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเรียกร้องสำนักงาน กสทช. จัดประชุม
เมื่อวันที่ 7 กันยายน นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า การหารือครั้งนี้มีประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ มาตรการคุ้มครองผู้บริโภคหลังการควบรวมกิจการ ซึ่ง กสทช. กำหนดไว้ 12 มาตรการ และเรื่องแผนปฏิบัติการด้านทีวีดิจิตอล หลังจากมีการประกาศแผนแม่บทแล้ว แต่แผนปฏิบัติการยังไม่ได้รับความเห็นชอบ รวมถึงแนวทางกำกับดูแลบริการ OTT ซึ่งมีความสำคัญต่ออนาคตของอุตสาหกรรมโทรทัศน์
นางสาวสารีกล่าวว่า ขณะนี้การประชุม กสทช. ประสบปัญหาต่อเนื่อง โดยประชุมล่มมาแล้ว 8 ครั้ง และหากครั้งต่อไปไม่สามารถประชุมได้จะเป็นครั้งที่ 9 ซึ่งสร้างความเสียหายต่อหลายภาคส่วน โดยเฉพาะผู้บริโภค จึงเรียกร้องให้ กสทช. ที่เหลือทั้ง 6 คนเปิดประชุมและทำหน้าที่อย่างเป็นทางการ ขณะที่สำนักงาน กสทช. ต้องทำหน้าที่สนับสนุนให้เกิดการประชุม
สำหรับกรณีคุณหมอสรณ ซึ่งมีข้อวินิจฉัยเกี่ยวกับคุณสมบัติและการสละสิทธิ์ในการเป็น กสทช. นางสาวสารีเห็นว่า แม้เจ้าตัวจะมีสิทธิ์ดำเนินการทางศาล แต่ควรหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเปิดทางให้กรรมการที่เหลือสามารถเดินหน้าทำงานได้ โดยยกตัวอย่างคดีปกครองของสภาองค์กรผู้บริโภคเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ ซึ่งศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง และขณะนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด
นางสาวสารีกล่าวด้วยว่า กระบวนการทางคดีอาจใช้เวลาหลายปี จึงไม่ควรให้การดำเนินงานของ กสทช. ต้องหยุดชะงักและรอผลคดี เพราะระหว่างนั้นผู้บริโภคและอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบ พร้อมตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของสำนักงาน กสทช. หากไม่จัดให้มีการประชุมของกรรมการที่เหลือ
“เราไม่อยากเล่นกฎหมาย แต่เราอยากให้ กสทช. ที่เหลือทำงาน” พร้อมเรียกร้องให้กรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนร่วมมือกัน และให้สำนักงาน กสทช. สนับสนุนการประชุม

นอกจากนี้ ยังระบุว่ามาตรการคุ้มครองผู้บริโภคหลังการควบรวมหลายเรื่องยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้ ทั้งการลดราคา การเพิ่มการแข่งขัน และการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็ก ขณะเดียวกันมีความกังวลว่าอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอลอาจเผชิญภาวะ “จอดำ” และผู้บริโภคบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่เข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์
ด้านนายเดียว วรตั้งตระกูล เลขานุการสมาคมทีวีดิจิทัล กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงเรื่องของผู้ประกอบการ แต่เป็นเรื่องของสิทธิผู้บริโภคในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ปัจจุบันอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอลอยู่ในภาวะ “สูญญากาศ” หลายสถานีเริ่มลดการลงทุน ลดกำลังคน และลดการผลิตรายการ ขณะที่บางช่องนำรายการเก่ากลับมาออกอากาศเพื่อลดต้นทุน รวมถึงลดการผลิตรายการวาไรตี้และข่าว ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่ากังวล เนื่องจากโทรทัศน์ยังมีบทบาทเป็นสื่อที่ประชาชนใช้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้
“วันนี้ทั้ง 6 ท่านที่ยังอยู่ในหน้าที่ ได้โปรดประชุม สำนักงานได้โปรดจัดการให้มีการประชุมเกิดขึ้น” นายเดียวกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพและดำเนินการตามกฎหมาย โดยเห็นว่าประเทศไม่สามารถเสียเวลาไปกับการรอคอยได้
ด้านนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กล่าวว่า จำเป็นต้องมีผู้เข้ามาปลดล็อกปัญหา เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไป จะสร้างความเสียหายต่อประเทศ ทั้งอุตสาหกรรมโทรทัศน์ โทรคมนาคม ผู้บริโภค เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่น
นางสาวสุภิญญา กล่าวว่า กลไกภายใน กสทช. ควรดำเนินการ โดยประธานควรหยุดปฏิบัติหน้าที่และเปิดทางให้กรรมการที่เหลือทำงาน ขณะที่สำนักงาน กสทช. ควรจัดประชุม เนื่องจากกรรมการแต่ละคนมีอำนาจและศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารเข้ามาช่วยปลดล็อกปัญหาในทางรัฐศาสตร์ควบคู่กับกระบวนการทางกฎหมาย เนื่องจากการดำเนินคดีอาจใช้เวลานาน ขณะที่ปัญหาการตัดสินใจของ กสทช. อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น และระบบเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงโครงข่ายและ Data Center ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช.
ขณะที่อาจารย์รณรงค์ รณรงค์ โกมลบุตร กล่าวว่า ในทางกฎหมายควรเห็นตรงกันว่าคุณหมอสรณได้สละสิทธิ์แล้ว จึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และเมื่อเป็นเช่นนั้น การประชุมของกรรมการที่เหลือควรเกิดขึ้น ขณะนี้มีวาระการประชุมค้างอยู่ถึง 148 วาระ ซึ่งมีทั้งเรื่องการแก้ไขผลกระทบจากการควบรวมกิจการ เรื่องทีวีดิจิตอล และเรื่องร้องเรียนอื่น ๆ หากสำนักงานไม่จัดประชุม หรือกรรมการบางส่วนไม่เข้าร่วมประชุม ก็จะทำให้วาระสำคัญเหล่านี้ไม่สามารถขับเคลื่อนได้
ทั้งนี้ สภาองค์กรผู้บริโภคระบุว่า จะหารือร่วมกับกรรมการ กสทช. ที่เข้าร่วม 3 คนต่อไป และหาก กสทช. ยังไม่สามารถเปิดประชุมได้ จะนัดกรรมการทั้ง 6 คนหารือนอกรอบ เพื่อหาแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และการลงทุนของประเทศ เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคและการกำกับดูแลกิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคมเดินหน้าต่อไปได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาผู้บริโภคด้านกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งสภาองค์กรผู้บริโภคเชิญกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คน รวมถึงสมาคมทีวีดิจิตอลเข้าร่วม มีกรรมการ กสทช. เข้าร่วม 3 คน ขณะที่อีก 3 คนไม่ได้เข้าร่วม โดยมีผู้แจ้งว่าติดภารกิจ 1 คน ส่วนอีก 2 คนไม่สามารถติดต่อได้ทั้งทางโทรศัพท์และอีเมล

