หน้าแรก เศรษฐกิจ ตลท.เผยต่างชา...

ตลท.เผยต่างชาติเชื่อรัฐบาลยังมั่นคง โหวตการเมืองมีผลตัดสินใจลงทุนที่สุด

8.09.26 | 16:46 น.

ตลท.เผยต่างชาติเชื่อรัฐบาลยังมั่นคง โหวตการเมืองมีผลตัดสินใจลงทุนที่สุด

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 2/2569 ถือว่ายังได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลบวกต่อภาพรวมตลาดหุ้นไทย ซึ่งปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นเป็นเรื่องการเมืองในประเทศ ที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากขึ้น หากปัจจัยการเมืองหากสะดุดขึ้นมาก็จะเป็น Noise หรือตัวรบกวนต่อตลาดหุ้นไทยได้ แต่ในปัจจุบันรวมถึงช่วงระยะสั้นๆ นี้ ประเมินว่า การเมืองในประเทศไทยยังมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ จึงยังไม่เป็นปัจจัยที่นักลงทุนต่างชาติกังวลในระยะสั้น


“ในช่วงงาน Thiland Focus 2026 ที่ผ่านมา จากการพูดคุยกับกับนักลงทุนต่างชาติก็พบว่าความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเมืองถือเป็นปัจจัยอันดับ 1 ที่ให้ความสำคัญ ควบคู่ไปกับปัจจัยผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เพราะการเมืองมีผลต่อการดำเนินนโยบายต่างๆ ในการพัฒนาประเทศ และการลงทุนที่มี Action Plan หรือแผนปฏิบัติการ ออกมา หากการเมืองเกิดสะดุดก็จะทำให้แผนงานต่างๆ สะดุดตาม กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ จะมีคำถามเกิดขึ้นแน่นอนว่า อนาคตหรือความต่อเนื่องจะเป็นอย่างไร แต่ว่าในทางกลับกันเท่าที่ได้คุยกับนักลงทุนต่างชาติมา ไม่ได้แสดงถึงความกังวลในระยะสั้น ยังมีความคิดว่ารัฐบาลนี้น่าจะอยู่ได้อย่างมั่นคง” นายอัสสเดช กล่าว

นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลท. กล่าวว่า ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,595.16 จุด ลดลง 1.8% เทียบจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังเพิ่มขึ้น 26.6% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 โดยตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ประกอบกับความผันผวนในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ จากปัญหาหนี้สาธารณะและการขาดดุลการคลัง ทำให้กระแสเงินทุนในตลาดเกิดใหม่รวมถึงตลาดหุ้นไทยถูกดึงออกไป

นายฉัตรชัย กล่าวว่า ในเดือนสิงหาคม มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 75,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 69,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 24,681 ล้านบาทในเดือนสิงหาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิ 51,183 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ 55.3% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 30.8% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศและบริษัทหลักทรัพย์ในสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 6.9%

Advertisement