ศิษฎิวัชร ห่วงปมการเมืองแย่ ทำ นทท.คุณภาพเมินเที่ยวไทย แนะ 3 ข้อบี้รัฐบาลรับมือปัญหา
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร ประธานที่ปรึกษาและนายกกิตติมศักดิ์ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ประเทศไทยอยู่ในช่วงของการพยายามเดินหน้าสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้งด้านการใช้จ่าย และการปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมในฐานะผู้เข้ามาเยี่ยมเยือน แต่ต้องยอมรับว่า การจะเข้าไปถึงจุดที่ตั้งหวังไว้ ยังคงมีอุปสรรคอยู่หลายด้าน โดยเฉพาะในด้านปัญหาการเมืองเชิงโครงสร้าง เนื่องจากเสถียรภาพและคุณภาพทางการเมืองไทยกำลังเผชิญกับการถูกวิพากษ์วิจารณ์เชิงลบจากสื่อต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคดีความทางการเมือง อาทิ ปัญหาการฮั้วสมาชิกวุฒิสภา (สว.) คดีความฟ้องปิดปากประชาชนหรือกลุ่มผู้เคลื่อนไหวทางสังคม ล้วนเป็นภาพลักษณ์ที่ขัดต่อหลักกฎหมายและส่งผลสะท้อนต่อมุมมองของนักท่องเที่ยวต่างชาติระดับคุณภาพที่มีความรู้
“คนที่เป็นนักการเมือง ก็อยากได้นักการเมืองดีๆ พอเข้ามาแล้วเราหวังว่า จะทำเพื่อประเทศชาติ ทำให้เกิดความแข็งแรง ทำให้ประเทศชาติเจริญ มีความปลอดภัย และมีความมั่นคง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ โดยเฉพาะการจะเข้ามาทำหน้าที่ก็ต้องเล่นตามกติกาตรงไปตรงมา หากเข้ามาแบบไม่ถูกต้องอย่างที่ควรจะเป็นก็ต้องพิสูจน์และดำเนินการตามกฎหมายให้ถูกต้อง ซึ่งความไร้คุณภาพทางการเมืองและนักการเมือง ส่งผลทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนไทยย่ำแย่ลงตามไปด้วย” นายศิษฎิวัชร กล่าว
นายศิษฎิวัชร กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะมีทรัพยากรธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์พร้อมที่จะดึงดูดผู้คนเข้ามาท่องเที่ยว รวมถึงสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ แต่การที่องค์กรที่เกี่ยวข้องไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เคยรักและชอบประเทศไทยมาก เริ่มมีความชอบลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้าสู่ภาวะเพิกเฉย ซึ่งสร้างความกังวลว่า ไทยอาจสูญเสียโอกาสในการดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในอนาคต เพราะภาวะของสังคมในตอนนี้ ไม่ใช่แค่คนไทยที่ถูกกระทบจากประเด็นปัญหาสังคมที่มีผลจากการเมืองเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีคุณภาพที่เราอยากจะได้กัน ความมีคุณภาพหมายถึงมีความรู้ เมื่อมีความรู้ส่วนใหญ่ก็จะไม่ชอบอะไรที่ไม่ถูกต้อง ทำให้การที่ประเทศไทยมีปัญหาการเมืองอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวก็จะค่อยๆ ลืมที่จะชอบประเทศไทย จากที่เคยชอบมาก จะน้อยลง และไม่มาเที่ยวไทยในที่สุด
นายศิษฎิวัชร กล่าวว่า ภายใต้สภาวะการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งการเกิดสงคราม การแข่งขัน และการกีดกันทางการค้า ประเทศไทยจำเป็นต้องยึดถือความมั่นคงของประเทศ เป็นหลักสำคัญและเตรียมพร้อมรับมือในด้านการแข่งขันทุกด้าน โดยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.นายกรัฐมนตรีต้องเข้าใจและสั่งการเด็ดขาด ทั้งเพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหา 2.ปกป้องสิทธิรวมถึงผลประโยชน์ของคนไทยต้องมาก่อน และ 3.นักการเมืองต้องทำหน้าที่อย่างโปร่งใส เข้ามาบริหารประเทศต้องมีความหวังดีที่จะสร้างความเข้มแข็ง ความเจริญ และความปลอดภัยให้แก่ชาติ ปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตรงไปตรงมาตามหลักกฎหมาย และร่วมสอดส่องแก้ไขปัญหาความมั่นคงอย่างจริงจัง ไม่ปล่อยให้สถานการณ์เรื้อรังเช่นในปัจจุบัน
“นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุดในขณะนี้ จำเป็นต้องมีความเข้าใจประเด็นความมั่นคงและภาพลักษณ์เชิงลบของประเทศอย่างถ่องแท้ เพื่อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน พิสูจน์ให้ประชากรโลกรับรู้ว่า ประเทศไทยมีความปลอดภัยและน่าเที่ยว สร้างความเชื่อถือให้กับคนในชาติก่อน โดยเฉพาะการปกป้องสิทธิของคนไทย อย่างในด้านการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ รัฐบาลต้องมีนโยบายและแผนการที่ชัดเจนในการคัดกรองการลงทุน เชิญชวนให้เข้ามาลงทุนได้ แต่ต้องทำอย่างตรงไปตรงมาและถูกกฎหมาย พร้อมป้องกันไม่ให้ทุนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจที่เอารัดเอาเปรียบประชาชนไทย แย่งอาชีพคนไทย หรือละเมิดสิทธิของคนไทยบนแผ่นดินไทย” นายศิษฎิวัชร กล่าว

