กองทุนน้ำมันฯ ปรับอัตราใหม่ อุดหนุนดีเซลธรรมดา 5.80 บาท/ลิตร เบนซินส่งเข้ากองทุน 4.55 บาท มีผล 9 ก.ย.
เมื่อวันที่ 9 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ออกประกาศฉบับที่ 145 พ.ศ. 2569 เรื่อง การกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย อัตราเงินคืนจากกองทุน และอัตราเงินชดเชยคืนกองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง โดยประกาศ ณ วันที่ 8 กันยายน 2569 และมีผลตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
ประกาศดังกล่าวให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ฉบับที่ 144 พ.ศ. 2569 ลงวันที่ 7 กันยายน 2569 และกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและเงินชดเชยสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตภายในราชอาณาจักรเพื่อใช้ภายในประเทศใหม่
สำหรับกลุ่มเบนซิน กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนสำหรับน้ำมันเบนซิน 4.55 บาทต่อลิตร ขณะที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 ได้รับเงินชดเชยจากกองทุน 2.37 บาทต่อลิตรเท่ากัน ส่วนแก๊สโซฮอล์ E20 ได้รับเงินชดเชย 5.77 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ E85 ได้รับเงินชดเชย 2.60 บาทต่อลิตร
ส่วนน้ำมันก๊าด กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน 0.10 บาทต่อลิตร ขณะที่น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาได้รับเงินชดเชยจากกองทุน 5.80 บาทต่อลิตร และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ได้รับเงินชดเชย 10.06 บาทต่อลิตร
สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาพรีเมียม กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน 1.50 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาที่ได้รับความเห็นชอบลักษณะและคุณภาพเรื่องไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันจากกรมธุรกิจพลังงานให้มีสัดส่วนผสมต่ำกว่าเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน 1 บาทต่อลิตร
ขณะที่น้ำมันดีเซลหมุนช้าและน้ำมันเตา กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน 1.20 บาทต่อลิตร และ 0.06 บาทต่อลิตร ตามลำดับ โดยอัตราดังกล่าวใช้เช่นเดียวกันกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้ภายในประเทศ
นอกจากนี้ ประกาศยังกำหนดอัตราเงินคืนจากกองทุนและอัตราเงินชดเชยคืนกองทุน สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีการส่งเงินเข้ากองทุนหรือได้รับเงินชดเชยจากกองทุนแล้ว แต่ภายหลังได้รับยกเว้นไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน โดยใช้อัตราเดียวกับที่กำหนดไว้ข้างต้น
ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวลงนามโดย นางไพลิน ฟุ้งเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักการเงินและบัญชี รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2569 เป็นต้นไป







