หน้าแรก เศรษฐกิจ กสทช.ล่มครั้ง...

กสทช.ล่มครั้งที่9 พิรงรอง จี้ สำนักงานจัดประชุมโดยไม่มี นพ.สรณ

9.09.26 | 12:27 น.

กสทช.ล่มซ้ำครั้งที่ 9 ชี้วาระดาวเทียมโทรคมนาคมฯ เร่งด่วน-แพ้คดีจ่าย 10 ล้าน นัดใหม่ 10 ก.ย. 3 กรรมการจี้สำนักงานจัดประชุม 6 คน

 


เมื่อวันที่ 9 กันยายน เวลา 08.30 น. ที่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ล่มเป็นครั้งที่ 9 เนื่องจากไม่ครบองค์ประชุม ทั้งนี้ มีวาระเสนอเพื่อพิจารณาทั้งสิ้น 193 วาระ และเรื่องเพื่อทราบ 82 เรื่อง ทั้งนี้ เวลา 09.50 น. ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เดินเข้าห้องประชุม ซึ่งเมื่อที่ประชุมรอครบ 30 นาที องค์ประชุมยังไม่ครบ จึงสั่งงดการประชุมตามมาตรา 28 ทั้งนี้ ได้นัดให้มีการไปชุมอีกครั้งในวันที่ 10 กันยายน เวลา 09.30 น. ที่ สำนักงาน กสทช.

นอกจากนี้ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เข้าประชุมเวลา 09.30 น. ขณะที่ พลตำรวจเอก ณัฐธร เพราะสุนทร กรรมการกสทช. ด้านกฎหมาย และนายต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการกสทช. ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน เข้าประชุมทางออนไลน์ (โดยไม่แสดงตัว) ส่วนรองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการกสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม ลาประชุม (ลาป่วย) ขณะเดียวกัน หลังการประชุมถูกเลื่อน กรรมการทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ ได้แก่ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์, พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง และ รองศาสตราจารย์ ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ ไม่เข้าร่วมการประชุม โดยได้เรียกร้องให้สำนักงาน กสทช. จัดประชุมเฉพาะกรรมการที่เหลืออยู่ 6 คนโดยเร็วที่สุด

ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า การประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 มีเรื่องเข้าสู่การพิจารณารวม 193 เรื่อง และเรื่องเพื่อทราบอีก 82 เรื่อง โดยในจำนวนเรื่องเพื่อทราบมี 2-3 เรื่องที่สำนักงาน กสทช. จะต้องเร่งดำเนินการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) หนึ่งในเรื่องเร่งด่วนคือการเข้าร่วม การประชุมใหญ่ ITU หรือ การประชุมผู้มีอำนาจเต็มของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นช่วงเดือนพฤศจิกายน ที่เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยจะต้องได้รับอนุมัติจาก ครม. ก่อน

Advertisement

ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า ทั้งนี้ วาระเสนอเพื่อพิจารณาเรื่องการใช้สิทธิอนุญาตเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ที่จะให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ใช้ที่ตำแหน่ง 119.5 เป็นอีกเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช. ยังแพ้คดีและต้องจ่ายเงินให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจ จำนวนกว่า 10 ล้านบาท โดยสำนักงานจะต้องขอใช้งบกลางเพื่อดำเนินการชำระเงินดังกล่าว

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวว่า ในฐานะกรรมการ กสทช. ยึดหลักการทำหน้าที่ตามอำนาจที่ได้รับ แต่เรื่องอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามอาจอยู่นอกเหนืออำนาจ หากบุคลากรของรัฐ โดยเฉพาะกรรมการ กสทช. ซึ่งมีหน้าที่เป็น เรกูเลเตอร์ (Regulator) กลับไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือหลักธรรมาภิบาล ย่อมกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กร นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อการทำหน้าที่กำกับดูแลผู้ประกอบการและการคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน หาก กสทช. ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ย่อมสะท้อนกลับไปยังประชาชนที่ต้องได้รับการดูแลจากองค์กร รวมถึงอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ

“ถ้าตราบใดคนที่เป็นพนักงานของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นกรรมการ กสทช. มีหน้าที่เป็น Regulator ผู้กำกับดูแล แต่ตนเองเหมือนกับว่าไม่ยอมทำตามกฎหมาย หรือไม่ยอมปฏิบัติอะไรที่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล หรือนิติรัฐ ซึ่งถ้าผมเป็นผู้ประกอบการ ผมก็ไม่เชื่อถือนะ” พล.อ.ท.ธนพันธุ์กล่าว

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการเรียกประชุมกรรมการ กสทช. 6 คน ตามระเบียบข้อบังคับการประชุมเป็นเพียงระเบียบภายใน ซึ่งมีสถานะต่ำกว่ากฎหมาย ดังนั้น การกำหนดให้ต้องแจ้งประชุมล่วงหน้า 7 วัน จึงไม่สามารถนำมาใช้กับการประชุมที่ดำเนินการตามกฎหมายและคำสั่งศาลได้ เพราะเป็นคนละกรณีกัน โดยการประชุมครั้งนี้ดำเนินการภายใต้คำวินิจฉัยและคำสั่งของศาล

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ การเรียกประชุมไม่ใช่อำนาจของประธานบอร์ดเพียงคนเดียว แต่กรรมการสามารถหารือและดำเนินการร่วมกันได้ หากมีกรรมการ 6 คนเข้าร่วมก็สามารถประชุมอย่างเป็นทางการได้ เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดว่าสำนักงานต้องเป็นผู้จัดประชุมให้ ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นความพยายามของกรรมการในการแก้ไขปัญหาภายใต้ขอบเขตอำนาจที่มี

ศ.ดร.พิรงรอง กล่าวว่า กรรมการ 3 คนได้ทำหนังสือขอให้สำนักงานจัดประชุม โดยอ้างคำสั่งศาลปกครองสูงสุดวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่ให้กรรมการ กสทช. ที่เหลือปฏิบัติหน้าที่ต่อ เพื่อไม่ให้กิจการโทรคมนาคม กระจายเสียง และโทรทัศน์หยุดชะงัก แต่สำนักงานตอบกลับโดยอ้างระเบียบที่กำหนดให้แจ้งประชุมล่วงหน้า 7 วัน และยืนยันปฏิทินประชุมวันที่ 9-10 กันยายน 2569 ทั้งที่กรรมการได้ขอให้จัดประชุมพิเศษในวันที่ทุกคนสะดวกแล้ว

“เราอ่านตามมาตรา 23 ว่า ก็น่าจะไปได้ ก็ขอเชิญหารือก่อน แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้รับการตอบสนอง ตอนนี้ก็คงจะขอยกระดับขึ้นมา เป็นขอให้มีการจัดประชุม โดยสำนักงาน กสทช. มีหน้าที่เป็นหน่วยธุรการสนับสนุนกรรมการทุกคน ไม่ใช่เฉพาะประธาน สำนักงาน กสทช. สำนักงานต้องเป็นหน่วยธุรการให้คณะกรรมการ กสทช. ทุกคน”ศ.ดร.พิรงรองกล่าว

นอกจากนี้ ศ.ดร.พิรงรอง ได้โพสบนเฟซบุ๊กส่วนตัวพร้อมรูปกรรมการทั้ง 3 ท่าน ว่า บันทึกไว้ ณ วันที่ 9 กันยายน 2569 ว่ากสทช. 3 ท่านตามในภาพ พร้อมประชุมกสทช. ที่เป็นการนัดหมายตามมาตรา 20 วรรคสามแห่งพรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น

ทั้งนี้โดย อ้างถึงคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 952/2569 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่ระบุว่านพ.สรณ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่กสทช.ต่อไปได้ และตามมาตรา20 ดังกล่าวให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้และให้ถือว่ากสทช.ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การจัดทำบริการสาธารณะด้านการประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก