กรมชลฯ ประเมินดาต้าเซ็นเตอร์ ดันใช้น้ำ อีอีซี เพิ่มเป็น 60 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี พร้อมวางแผนรองรับล่วงหน้า
เมื่อวันที่ 10 กันยายน นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรองรับการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ว่า ปัจจุบันความต้องการใช้น้ำในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) กับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ยังสมดุลกัน แต่กรมชลประทานต้องติดตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการลงทุนใหม่ที่อาจทำให้ความต้องการใช้น้ำเปลี่ยนแปลงไปจากแผนเดิม เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับล่วงหน้า
นายวิทยา กล่าวว่า สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นภาคธุรกิจใหม่ที่อาจไม่ได้ถูกนำมาคำนวณไว้มากนักในแผนเดิม กรมชลประทานได้นำข้อมูลการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มารวบรวมและประมวลผล เบื้องต้นประเมินว่า ความต้องการใช้น้ำจากดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ อีอีซี จะเพิ่มเป็นประมาณ 60 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี จึงนำความต้องการส่วนนี้มาคำนวณเพื่อจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำรองรับล่วงหน้า
นายวิทยา กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการลงทุนในอนาคต และยังไม่ถือเป็นข้อกังวลในขณะนี้ เนื่องจากความต้องการใช้น้ำกับปริมาณน้ำต้นทุนใน อีอีซี ยังสมดุลกัน อย่างไรก็ตาม หากมีการลงทุนใหม่เข้ามาเพิ่มเติมและทำให้ความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น อาจจำเป็นต้องพัฒนาและเพิ่มศักยภาพการนำน้ำท่าเข้าสู่ระบบ เพื่อรักษาความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่อุตสาหกรรม
นายวิทยา กล่าวต่อว่า ส่วนพื้นที่อื่น ขณะนี้ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะประเมินความต้องการใช้น้ำจากดาต้าเซ็นเตอร์ได้ชัดเจน โดยกรมชลประทานอยู่ระหว่างวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องเตรียมการด้านใดเพิ่มเติม ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ในประเด็นดังกล่าวร่วมกับผู้บริหาร นอกจากความต้องการใช้น้ำจากภาคอุตสาหกรรมแล้ว กรมชลประทานยังต้องคำนึงถึงความต้องการใช้น้ำภาคเกษตรและการอุปโภคบริโภค รวมถึงติดตามการพัฒนาเมืองใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ อีอีซี เพื่อนำความต้องการใช้น้ำที่อาจเพิ่มขึ้นมาประกอบการวางแผนให้เพียงพอ
นายวิทยา กล่าวว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจหรือการลงทุนรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากแผนระยะยาวในกรอบ 20 ปี จำเป็นต้องนำมาคำนวณล่วงหน้า เพื่อประเมินว่าศักยภาพของแหล่งน้ำและระบบที่มีอยู่สามารถรองรับได้เพียงพอหรือไม่ หากมีศักยภาพรองรับอยู่แล้วก็จะวางแผนบริหารจัดการให้เหมาะสม แต่หากจำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพ จะได้เตรียมแผนรองรับไว้ล่วงหน้า เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความต้องการใช้น้ำกับปริมาณน้ำต้นทุนในพื้นที่ อีอีซี

