หน้าแรก เศรษฐกิจ บอร์ดอีวี รื้...

บอร์ดอีวี รื้อภาษีรถยนต์ไฟฟ้า เคาะ 3 เทียร์ เก็บกลุ่มนำเข้าอย่างเดียวมากสุด จ่อชงครม.เคาะในก.ย.

10.09.26 | 19:45 น.

บอร์ดอีวี รื้อโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า เคาะภาษี 3 เทียร์ จ่อปรับขึ้นกลุ่มนำเข้าก่อน

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่กระทรวงการคลัง นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ร่วมกับผู้แทนจากสมาคมอุตสาหกรรมรถยนต์ 3-4 สมาคมว่า การพิจารณาปรับโครงสร้างอัตราภาษีรถยนต์ไฟฟ้านั้น รายละเอียดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าและทิศทางนโยบายอยู่ในอำนาจการพิจารณาของกระทรวงการคลังและคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดว่าข้อสรุปจะมีความชัดเจนที่สุดภายในเดือนกันยายนนี้


นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า สำหรับโอกาสที่จะดึงดูดการลงทุนจากอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าต่างประเทศและเพิ่มการผลิตโดยใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ ภายในการประชุม กรมได้เสนอ 3 หลักการ ได้แก่ 1.ดึงดูดการลงทุนระยะยาว เพื่อลดการนำเข้าเชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว 2.ส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้า และ 3.เพิ่มมูลค่าและใช้ชิ้นส่วนยานยนต์ภายในประเทศ เพื่อพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนประเทศ และสร้างความเข้มแข็งในห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไทย

นายพรชัยกล่าวว่า ทั้ง 3 หลักการ จะใช้อัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน โดยแบ่งอัตราภาษีสรรพสามิตเป็น 3 อัตรา หรือ 3 Tiers ได้แก่ 1.ผู้ที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศและผลิตในประเทศจะได้รับอัตราภาษีต่ำสุด 2.ผู้ที่นำเข้าควบคู่กับการผลิตเพื่อทดลองตลาดจะได้รับอัตราภาษีระดับกลาง และ 3.ผู้ที่นำเข้าจำหน่ายในเชิงพาณิชย์โดยไม่มีการลงทุนและใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศจะได้รับอัตราสูงที่สุด

Advertisement

นายพรชัยกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ภายใต้โครงสร้างภาษีใหม่จะกำหนดอัตราภาษีให้แตกต่างกันตามระดับการลงทุน การผลิต และการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย โดยกลุ่มที่นำเข้าอย่างเดียวจะได้รับอัตราภาษีสูงที่สุดและจะเริ่มดำเนินการก่อน เพื่อหยุดยั้งการนำเข้าในอัตราที่สูง อย่างไรก็ดี การปรับปรุงอัตราภาษีครั้งนี้ เพื่อสร้างแรงจูงใจและสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศครอบคลุมทุกเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (อีวี), รถยนต์ไฟฟ้าอาร์อีอีวี รถยนต์ไฮบริด และปลั๊กอินไฮบริด เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและรักษาฐานการผลิตยานยนต์ของไทยได้

ทั้งนี้ ปัจจุบันอัตราภาษีการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าขณะนี้อยู่ที่ 10%, การผลิตในประเทศที่ไม่ได้รับการส่งเสริมอยู่ที่ 8% และการผลิตในประเทศที่ได้รับการส่งเสริมอยู่ที่ 2% ซึ่งอัตราใหม่สำหรับกลุ่มนำเข้านั้นตามหลักการคาดว่าจะปรับสูงกว่า 10% อย่างไรก็ตาม รายละเอียดยังอยู่ระหว่างการหารือ ทั้งนี้ สมาคมภาคเอกชนได้เห็นชอบกับหลักการ 3 Tiers แล้ว และอยู่ระหว่างหารือระยะเวลาผ่อนผัน โดยกระทรวงการคลังจะสรุปตัวเลขและเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

“ผู้ที่นำเข้ามาอย่างเดียว เทียร์ที่สูงที่สุด จะเริ่มดำเนินการก่อน ซึ่งการเริ่มดำเนินการก่อน ทางภาคเอกชนได้มีการพูดคุยกันแล้วว่าจะขอหาเรื่องในเรื่องของ Best Period ว่าควรจะเริ่มต้นเมื่อไหร่ แต่ในโดยหลักการแล้วก็แนวทางทั้ง 3 เทียร์ ภาคเอกชนที่มีทั้ง 3 สมาคม ได้เห็นด้วยกับการเสนอแล้วก็การพิจารณาของทางบอร์ดอีวีแล้วครับ” นายพรชัยกล่าว

ด้านนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ที่ประชุมเห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 2 คณะ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่
1.คณะอนุกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์สมัยใหม่และชิ้นส่วน โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน โดยทำหน้าที่ส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่การผลิตยานยนต์สมัยใหม่และชิ้นส่วนตลอดวงจรชีวิต รวมถึงให้ดูแลการบริหารจัดการแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าใช้แล้ว อย่างเป็นระบบและการกำจัดซากรถยนต์

และ 2. คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน โดยทำหน้าที่ผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบอัดประจุไฟฟ้าให้เพียงพอต่อการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังศึกษามาตรการส่งเสริมให้มีการใช้และผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์และจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น