หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดตัว“ดีแทค...

เปิดตัว“ดีแทค แอคเซอเลอเรท ปี4” ชูจุดเด่นโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพเบอร์ 1 ของไทย

4.03.16 | 16:11 น.

นายแอนดริว กวาลเซท รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม Strategy และ Innovation บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด มหาชน หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาธุรกิจผู้ประกอบการหน้าใหม่(สตาร์ทอัพ) มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปี 2558 ที่ผ่านมา มีการลงทุนในกลุ่มสตาร์ทอัพไทยประมาณ 35 – 40 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,260 – 1,440 ล้านบาท ด้วยดีลในการร่วมลงทุนในธุรกิจกว่า 20 ดีล และยังมีอีกหลายดีลที่ไม่เปิดเผย รวมทั้งหมดแล้วคาดการณ์มูลค่าในการลงทุนประมาณ 50 ล้านเหรียญ หรือ 1,800 ล้านบาท ดีแทคเล็งเห็นถึงการเติบโตของกลุ่มดังกล่าว จึงได้ให้ความสำคัญในการช่วยสนับสนุนสตาร์ทอัพด้วยการก่อตั้งโครงการดีแทค แอคเซอเลอเรท เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในปี 2559 ดีแทค แอคเซอเลอเรท ตั้งเป้าหมายที่จะยกระดับ ดีแทค แอคเซอเลอเรท สู่เวทีสตาร์ทอัพโลก “ดีแทค แอคเซอเลอเรท เติบโตขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนเข้าปีที่ 4 ในปีนี้ เพราะเราเป็นโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพ เบอร์ 1 ของประเทศไทย จากบทพิสูจน์ผลงานการสร้างธุรกิจแบบโตเร็ว ให้กับทีมที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 11 ทีม ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา จนประสบความสำเร็จในธุรกิจ และสามารถขยายสเกลสู่ตลาดต่างประเทศ” นายกวาลเซทกล่าว

นายแอนดริว กล่าวว่า ล่าสุดได้เปิดโครงการดีแทค แอคเซอเลอเรท ปีที่4 โดยชูจุดเด่นเป็นโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพเบอร์ 1 ของไทยกับหลักสูตรระดับโลก เรียนรู้การเป็นสตาร์ทอัพ จากผู้เชี่ยวชาญจากซิลิคอน วัลเล่ย์ เพิ่มความเข้มข้นด้วยพี่เลี้ยง หรือ เมนเทอร์สตาร์ทอัพชื่อดัง ในธุรกิจไทยมาเป็นพี่เลี้ยงแนะให้อย่างใกล้ชิด ร่วมเป็นพันธมิตรกับสตาร์ทอัพจากดิจิ มาเลเซีย และเทเลนอร์ เมียนมา ที่จะส่งทีมเข้าร่วมอบรมบูธแคมป์ตลอด 4 เดือนเพื่อต่อยอดขยายการเติบโตธุรกิจเข้าสู่ตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทั้งนี้ดีแทคได้ใช้งบประมาณในการดำเนินโครงการดังกล่าวราว 60-70 ล้านบาท

นายสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมธุรกิจและดีแทค แอคเซอเลอเรท กล่าวว่า แนวโน้มแอพพลิเคชั่นดาวรุ่งปีนี้และในอีก 2-3 ปีข้างหน้า คือ เทคโนโลยีด้านการเงิน(FINTECH) และ เทคโนโลยีด้านสุขภาพ(HealthTech) ก็กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก อันเนื่องมาจากโลกกำลังเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ และมีอุปกรณ์และซอฟแวร์ ที่มีความฉลาดล้ำเข้ามาเสริม ในขณะที่ เทคโนโลยีด้านการศึกษา(EdTech) ก็เป็นแอพที่จะช่วยพัฒนาการศึกษาให้ทุกคนได้เข้าถึงข้อมูลอย่างเท่าเทียม และช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การขยายโครงข่าย 4จี ให้ครอบคลุมพื้นที่การใช้งาน ทำให้ความนิยมในการเข้าไปดูวิดีโอ สตรีมมิ่ง มากขึ้นทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ VR Technology หรือ เทคโนโลยีเสมือนจริง ก็กำลังถูกเอามาทำในเชิงพานิชย์มากขึ้นต่อไปนับจากปีนี้และปีต่อๆไป สำหรับ IOT หรือ Internet of Thing และอุปกรณ์ เครื่องจักร เครื่องยนต์ต่างๆ แนวโน้มดังกล่าวกำลังนำไปสู่โอกาสของสตาร์ทอัพไทย