‘ไชยชนก’ เปิด One Data เกษตร เชื่อมข้อมูล 300 ล้านรายการ แก้โจทย์แรงงานเกษตรหดตัว-ดันประสิทธิภาพการผลิต

11.09.26 | 14:49 น.
ไชยชนก

‘ไชยชนก’ เปิด One Data เกษตร เชื่อมข้อมูล 300 ล้านรายการ แก้โจทย์แรงงานเกษตรหดตัว-ดันประสิทธิภาพการผลิต

เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ (ประตูน้ำ) นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธาน ในงานแถลงผลการจัดทำฐานข้อมูลการเกษตรบูรณาการและสถิติการเกษตรของประเทศ (One Data) ประจำปี 2569 ซึ่งสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายดำเนินการ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลด้านการเกษตรสำหรับใช้วางแผนนโยบายและพัฒนาภาคเกษตร


นายไชยชนก กล่าวว่า ปี 2569 สำนักงานสถิติแห่งชาติได้นำร่องเชื่อมโยงข้อมูลเกษตรกรจาก 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมหม่อนไหม และการยางแห่งประเทศไทย รวมกว่า 300 ล้าน Records หรือ รายการข้อมูล ครอบคลุมรายการข้อมูลมากกว่า 1,000 รายการ พร้อมจัดทำมาตรฐานข้อมูลร่วม ทั้งด้านนิยาม ประเภท และรหัสข้อมูล เพื่อให้หน่วยงานสามารถเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน และใช้ประโยชน์จากข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันนี้ ได้เตรียมนำข้อมูลจากกรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และกรมส่งเสริมสหกรณ์ มาเชื่อมโยงในระยะต่อไป โดยตั้งเป้าหมายปี 2570 ขยายความร่วมมือให้ครอบคลุม 15 หน่วยงาน รวมถึงเปิดการเชื่อมโยงไปยังภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และ Agritech Startup

ไชยชนก

“ผมไม่ได้มามอบนโยบายให้กระทรวงเกษตร แต่มาเพื่อขอบคุณและให้กำลังใจข้าราชการประจำและผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน ที่ทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เพราะเป็นการวางรากฐานสำคัญในยุคดิจิทัล” นายไชยชนกกล่าว

Advertisement

นายไชยชนก กล่าวว่า One Data เป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนข้อมูลการเกษตรให้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนประเทศ ช่วยให้ภาครัฐสามารถกำหนดนโยบายได้แม่นยำขึ้น ขณะที่เกษตรกรสามารถใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนการผลิตและการประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยโครงการนี้เป็นการบูรณาการระหว่าง 2 กระทรวง และเป็นโครงการที่วางรากฐานสำคัญที่สุดในยุคดิจิทัล เพื่อให้ผู้บริหารมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และให้พี่น้องเกษตรกรสามารถตัดสินใจในวิถีชีวิตและการทำอาชีพได้แม่นยำขึ้น อีกทั้ง ภาคเกษตรเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ แต่ปัจจุบันต้องเผชิญความท้าทายจากความเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งปัญหาโลกร้อน ภัยพิบัติที่เกิดบ่อยขึ้น ภาวะเอลนีโญ ความผันผวนด้านเศรษฐกิจ ราคาพลังงาน รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหาร

“การสร้างความมั่นคงในภาคการเกษตรจึงเป็นภารกิจสำคัญ หากภาคเกษตรแข็งแรงขึ้น ประเทศไทยก็จะมีเสถียรภาพและความมั่นคงมากขึ้น”นายไชยชนกกล่าว

นายไชยชนก กล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงดีอีมีภารกิจสนับสนุนทุกหน่วยงานในการเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัล โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยยกระดับเกษตรกรไทย ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงในชีวิต ขณะที่ One Data จะช่วยให้การกำหนดนโยบายด้านการเกษตรเป็นไปอย่าง “ตรงกลุ่ม ตรงพื้นที่ และตรงปัญหา” รวมถึงต่อยอด Smart Farming และเทคโนโลยีอัตโนมัติในภาคเกษตร

“ข้อมูลที่เรารวบรวมวันนี้ต้องไม่ใช่เพียงฐานข้อมูล แต่ต้องเป็นข้อมูลที่มีชีวิต ถูกต้อง แม่นยำ และทันสมัย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน”นายไชยชนกกล่าว

ไชยชนก

นายไชยชนก กล่าวว่า การรวบรวมข้อมูลไว้ในระบบเดียวกันจะช่วยให้ภาครัฐมองเห็นภาพภาคเกษตรได้รอบด้าน โดยปัจจุบัน One Data สามารถรวบรวมข้อมูลเกษตรกรได้มากกว่า 9.1 ล้านราย และยังมีข้อมูลจากหลายหน่วยงานที่สามารถนำมาต่อยอดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนและการใช้เทคโนโลยีในอนาคต ทั้งนี้ ข้อมูลจาก One Data พบว่า ประเทศไทยมีเกษตรกรประมาณ 9.1 ล้านราย อายุเฉลี่ย 59 ปี โดยร้อยละ 65 มีอายุ 55 ปีขึ้นไป และมีเกษตรกรประมาณ 5.2 ล้านรายปลูกข้าว สะท้อนแนวโน้มปัญหาแรงงานภาคเกษตรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย

“ตัวเลขนี้น่าสะเทือนใจ เพราะอายุเฉลี่ยเกษตรกรไทยอยู่ห่างจากวัยเกษียณเพียง 1 ปี เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า Workforce ของประเทศจะหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ หน้าที่ของเราคือเพิ่มผลิตภาพด้วยทุกวิถีทางที่ทำได้”นายไชยชนกกล่าว

นายไชยชนก กล่าวว่าท้ายที่สุดนี้ เทคโนโลยีจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพของประเทศ โดยฐานข้อมูล One Data จะช่วยต่อยอดการออกแบบนโยบายและเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้าสู่อาชีพเกษตร ส่งเสริม Smart Farmer และช่วยให้เกษตรกรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้อายุเพิ่มขึ้น

“ผมหวังว่าโครงการนี้จะช่วยให้เรามองเห็นทั้งนโยบายและเทคโนโลยีที่จะเข้ามาสนับสนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ รวมถึงช่วยต่อยอดอายุการทำงานของเกษตรกรด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือ” นายไชยชนกกล่าว