กทพ.เดินหน้าทางด่วน กะทู้-ป่าตอง ระยะ 1 คาดชงครม.ปลายปี ตั้งเป้าก่อสร้าง Q3 ปี70 เปิดวิ่งต.ค.74
วันที่ 14 กันยายน นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) เปิดเผยถึงภาพรวมการดำเนินงานของ กทพ. ว่า สำหรับโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต กทพ. มีการพัฒนาโครงข่ายทั้ง 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ช่วง กะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร และระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ ระยะทาง 30.62 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 34.60 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางและรองรับระบบคมนาคมของจังหวัดภูเก็ต
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ความคืบหน้า โครงการระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร (กม.) วงเงินก่อสร้าง 10,965 ล้านบาท ปัจจุบัน กทพ. ได้นำส่งเรื่องการขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ และปรับลดรายละเอียดค่าผ่านทางลงจากแผนเดิม มายังกระทรวงคมนาคมแล้ว และอยู่ระหว่างรอความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยคาดว่าจะนำเสนอที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้ภายในช่วงปลายปี 2569 หาก ครม.เห็นชอบ กทพ.จะใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือนในการดำเนินการประกวดราคาหาผู้รับงานก่อสร้าง และตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างได้ภายในไตรมาส 3 ปี 2570 โดยจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี และมีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2574
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมีนโยบายให้ปรับรายละเอียดโครงการ 2 ประเด็น ได้แก่ 1.ปรับลดขนาดอุโมงค์ จากความกว้างเดิม 17.1 เมตร เหลือ 14.2 เมตร ขณะที่ความยาวยังคงเดิม 1.85 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดระยะเวลาก่อสร้าง 2.ปรับลดค่าผ่านทาง เพื่อจูงใจให้ประชาชนใช้บริการมากขึ้น โดยรถจักรยานยนต์ลดจาก 15 บาท เหลือ 10 บาท รถ 4 ล้อ จาก 40 บาท เหลือ 20 บาท รถ 6-10 ล้อ จาก 85 บาท เหลือ 40 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ จาก 125 บาท เหลือ 60 บาท ทั้งนี้ การปรับลดค่าผ่านทางดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนทางการเงิน (FIRR) ตลอดอายุสัมปทาน 30 ปี ลดลงจาก 3.75% เหลือ 1.79% แต่ กทพ.เห็นว่ายังอยู่ในระดับที่รับได้ เนื่องจากมีการประเมินว่าค่าผ่านทางที่ลดลงจะช่วยเพิ่มปริมาณการจราจรและจำนวนผู้ใช้ทาง ซึ่งจะช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงได้
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับโครงการระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง กทพ.จะเป็นผู้ลงทุนและก่อสร้างเอง โดยกระทรวงการคลังมีแผนจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานกองใหม่เพื่อระดมทุนสำหรับโครงการ เบื้องต้น กทพ.มีแนวคิดใช้รูปแบบกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund: IFF) แต่ชื่อและรูปแบบกองทุนยังขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงการคลัง โดยจะไม่ใช้กองทุน Thailand Future Fund (TFF) เดิมที่ใช้กับโครงการทางพิเศษพระราม 3-ดาวคะนอง ส่วนการเข้าพื้นที่ก่อสร้างระยะที่ 1 ไม่มีปัญหา เนื่องจาก กทพ.ดำเนินการเวนคืนและจ่ายค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้ว 5,792 ล้านบาท คืบหน้าเกือบ 100% เหลือเพียงบางส่วนที่อยู่ระหว่างรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ส่วน ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ ระยะทาง 30.62 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 67,461.72 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 37,913.92 ล้านบาท และค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 29,547.80 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำแบบรายละเอียด คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายเดือนมกราคม 2570 เบื้องต้น เป็นทางยกระดับต่อเนื่อง เชื่อมพื้นที่ด้านเหนือของภูเก็ตเข้าสู่ตัวเมือง และเชื่อมต่อกับระยะที่ 1 เพื่อพัฒนาเป็นโครงข่ายทางพิเศษที่ครอบคลุมพื้นที่สำคัญของจังหวัด
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม มีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา ทั้งรูปแบบการลงทุน และแหล่งเงินทุน เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก โดยยังอยู่ระหว่างหารือแนวทางจัดหาเงิน ทั้งการกู้เงิน การออกพันธบัตร และการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกัน การออกแบบโครงการยังต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยเฉพาะจุดที่ต้องตัดผ่านภูเขา ซึ่งมีการเปรียบเทียบทางเลือกทั้งอุโมงค์และทางยกระดับ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมทั้งด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย และต้นทุน ทั้งนี้ เมื่อทั้ง 2 ระยะเดินหน้าได้ตามแผน ทางพิเศษภูเก็ตจะมีระยะทางรวมประมาณ 34.60 กิโลเมตร เชื่อมโยงพื้นที่สำคัญของจังหวัด และเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยรองรับการขยายตัวของเมืองและภาคการท่องเที่ยวในอนาคต
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ไทม์ไลน์เบื้องต้นสำหรับระยะที่ 2 หาก ครม.อนุมัติระยะที่ 2 ภายในเดือนตุลาคม 2570 คาดว่าจะเริ่มจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินในช่วงปี 2570-2573 ก่อสร้างระหว่างปี 2572-2574 และเปิดให้บริการระยะที่ 2 ประมาณเดือนตุลาคม 2574 เช่นเดียวกับ ระยะที่ 1 ส่วนแหล่งเงินสำหรับระยะที่ 2 จะเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมต่อไป
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับโครงการสำคัญ อย่าง โครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ระยะทาง 18.70 กิโลเมตร วงเงิน 31,244 ล้านบาท ปัจจุบันมีความก้าวหน้าการก่อสร้าง 95.98% ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569 โดย กทพ. คาดว่าจะเปิดทดลองใช้ช่วงถนนพระราม 2 ต่อเนื่องกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) ภายในปี 2569 ก่อนเปิดให้บริการเต็มระบบในปี 2570
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในด้าน Easy Pass และกลยุทธ์การตลาด กทพ. เตรียมพัฒนารูปแบบการชำระค่าผ่านทาง จากระบบเติมเงินล่วงหน้า (Prepaid) โดยเพิ่มทางเลือกด้วยระบบ ‘ตัดบัตรรายครั้ง’ (Postpaid) หรือ ’ขับก่อน จ่ายทีหลัง‘ ผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการแก่ประชาชนประมาณต้นปี 2570 ระบบดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ โดยไม่ต้องกังวลกรณียอดเงินคงเหลือไม่เพียงพอ และช่วยลดปัญหารถชะลอตัวบริเวณหน้าด่านอันเนื่องมาจากยอดเงินไม่เพียงพอ

