เนสท์เล่ ชี้แจง ข้อพิพาทมหากิจศิริ ยันพร้อมสู้คดีถึงที่สุด มั่นใจในความถูกต้องและธรรมาภิบาลองค์กร
เนสท์เล่ – บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยถึง ความคืบหน้ากรณีข้อพิพาททางกฎหมายและศึกการค้าในธุรกิจกาแฟสำเร็จรูปยักษ์ใหญ่ของไทย ระหว่างบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด และตระกูลมหากิจศิริ ซึ่งขณะนี้มีคดีความอยู่ในกระบวนการทางชั้นศาล ว่า เนสท์เล่ ยืนยันความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจตามกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล พร้อมต่อสู้คดีถึงที่สุด โดยระบุว่า บริษัทได้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและสัญญาร่วมทุนอย่างถูกต้องครบถ้วน ขณะที่คณะอนุญาโตตุลาการและศาลสูงสิงคโปร์มีคำตัดสินให้เนสท์เล่ชนะในทุกประเด็นที่ครอบครัวมหากิจศิริโต้แย้ง
เนสท์เล่ ระบุว่า แม้ครอบครัวมหากิจศิริจะดำเนินคดีหลายคดี แต่มีหลายคดีที่มีการถอนฟ้องเอง หรือศาลไม่รับฟ้อง โดยล่าสุดครอบครัวมหากิจศิริได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
เนสท์เล่ ระบุว่า การดำเนินการทั้งทางกฎหมายและนอกกระบวนการทางกฎหมายที่ริเริ่มโดยครอบครัวมหากิจศิริ ได้สร้างความไม่แน่นอนและส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ รวมถึงบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของประเทศไทย โดยที่ผ่านมา มีหลายคดีที่ครอบครัวมหากิจศิริเป็นผู้ยื่นฟ้องและได้รับการวินิจฉัยว่าไม่มีมูล
ย้ำขอความเป็นธรรม
เนสท์เล่ เผยว่า แม้ครอบครัวมหากิจศิริจะดำเนินคดีหลายคดี แต่มีหลายคดีที่มีการถอนฟ้องเอง หรือศาลไม่รับฟ้อง โดยล่าสุดครอบครัวมหากิจศิริได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง และ การดำเนินการทั้งทางกฎหมายและนอกกระบวนการทางกฎหมายที่ริเริ่มโดยครอบครัวมหากิจศิริ ได้สร้างความไม่แน่นอนและส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ รวมถึงบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของประเทศไทย โดยที่ผ่านมา มีหลายคดีที่ครอบครัวมหากิจศิริเป็นผู้ยื่นฟ้องและได้รับการวินิจฉัยว่าไม่มีมูล
เนสท์เล่ เผยว่า ทั้งนี้ เนสท์เล่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลให้ข้อพิพาทระหว่างผู้ถือหุ้นได้รับการจัดการอย่างเป็นธรรม และมีกระบวนการที่ชัดเจน โดยบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง หากได้รับการร้องขอ
2 คดีหลักรอศาลชี้ขาด
เนสท์เล่ เผยว่า สำหรับคดีที่มีการฟ้องร้องในศาลไทย อย่างน้อย 7 คดี แบ่งเป็นคดีที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง 2 คดี คดีที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 คดี และคดีฟ้องร้องอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินกระบวนการในชั้นศาลประมาณ 3-4 คดี โดยสถานะของแต่ละคดีแตกต่างกัน บางคดีมีการถอนฟ้องหรือถูกยกฟ้องแล้ว ขณะที่บางคดียังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ส่วนกรณีที่เนสท์เล่เรียกร้องค่าเสียหายเกือบ 600 ล้านบาท จากคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเมื่อเดือนเมษายนปี 2568 บริษัทระบุว่า คดียังมีโอกาสยื่นอุทธรณ์ได้
เนสท์เล่ ระบุว่า หนึ่งในคดีสำคัญคือคดีหมายเลขดำ ทป.98/2568 ซึ่งนายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ยื่นฟ้อง โดยกล่าวหาประเด็นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตลาดและการจัดจำหน่ายสูงเกินจริง รวมถึงการเรียกเก็บเงินสำหรับบริการที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเรียกค่าเสียหาย 21,975,785,998.90 บาท และเงินวันละ 8 ล้านบาทจนกว่าการกระทำที่กล่าวหาจะยุติ โดยคดีเคยมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเกี่ยวกับการกำกับดูแล QCP ก่อนศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจะเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวในเดือนกรกฎาคม 2568 ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาและมีกำหนดสืบพยานช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน 2569 ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาและข้อเรียกร้องยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
เนสท์เล่ ระบุว่า ส่วนคดีหมายเลขดำ ทป.92/2568 นายประยุทธ นางสุวิมล และนายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ยื่นฟ้อง Nestlé S.A. บริษัทในเครือเนสท์เล่ในประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการ QCP รวม 6 คน เรียกค่าเสียหายรวม 1 แสนล้านบาท โดยกล่าวหาว่ามีการละเมิดและใช้สิทธิโดยไม่สุจริต รวมถึงประเด็นการขายหุ้น QCP และการปฏิบัติตามสัญญาร่วมทุน คดีดังกล่าวเคยมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามเนสท์เล่ผลิต จำหน่าย และนำเข้าเนสกาแฟในประเทศไทย ก่อนศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ มีคำสั่งยืนยันสิทธิของเนสท์เล่ในการใช้เครื่องหมายการค้า “Nescafé” และ “เนสกาแฟ” ในประเทศไทย และต่อมาวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ศาลได้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าว ทำให้เนสท์เล่สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ โดยการสืบพยานเสร็จสิ้นในเดือน กรกฎาคม 2569
เนสท์เล่ ระบุว่า ล่าสุดวันที่ 4 กันยายน 2569 นายประยุทธได้ยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดี โดยประเด็นที่ศาลต้องพิจารณาครอบคลุมอำนาจฟ้อง การใช้สิทธิฟ้องโดยสุจริต อายุความ การกระทำละเมิด และจำนวนค่าเสียหาย โดยศาลนัดอ่านคำพิพากษาวันที่ 21 ธันวาคม 2569 ทั้งนี้ ทั้ง 2 คดียังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาล และยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าฝ่ายใดต้องรับผิดตามข้อกล่าวหาและค่าเสียหายที่เรียกร้อง
ยันเดินหน้าธุรกิจในไทย
เนสท์เล่ เผยว่า ยืนยันว่า บริษัทจะยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจในประเทศไทย พร้อมพัฒนาโรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย ซึ่งบริษัทระบุว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภค เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟไทย และชุมชนท้องถิ่น รวมถึงมีส่วนสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทย
และ ในปี 2569 บริษัทฯได้ประกาศการลงทุนเพิ่มเติมเกือบ 30,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ โดยการลงทุนดังกล่าวครอบคลุมการจัดตั้งโรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมอาระยะ จังหวัดสมุทรปราการ และการขยายกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง การลงทุนใหม่จะใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรไทยในสัดส่วนสูง และสร้างการจ้างงานในท้องถิ่นหลายร้อยตำแหน่ง

