รมว.พลังงาน เปิดแผนพลังงานไทย ผลักดัน Energy Hub อาเซียน เร่งขยาย LNG เปิดสัมปทานปิโตรเลียม ดัน CCS มุ่ง Net Zero 2050
เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ในงาน “Gastech 2026” นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การนำหนึ่งในเวทีพลังงานที่มีอิทธิพลมากที่สุดของโลกกลับมาจัดที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2551 เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งเป็นวาระสำคัญร่วมกันของทุกประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ ไทยมีความพร้อมก้าวสู่ศูนย์กลางการเชื่อมโยงพลังงานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ Energy Hub จากจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้ง ฐานการผลิตอุตสาหกรรมขั้นสูง บริษัทพลังงานชั้นนำ และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ
นายเอกนัฎ กล่าวว่า ก๊าซธรรมชาติยังมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน โดยข้อมูลจากองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติทั่วโลกยังอยู่ในระดับสูงประมาณ 4,800 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และมีแนวโน้มต้องการอย่างต่อเนื่องในทศวรรษข้างหน้า ดังนั้นไทยจึงเปิดโอกาสการลงทุนแก่พันธมิตรนานาชาติ ผ่านการเปิดแปลงสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 26 ซึ่งมีพื้นที่ศักยภาพในทะเลกว่า 60,200 ตารางกิโลเมตร และพร้อมเร่งเพิ่มขีดความสามารถรองรับก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG จากเดิม 19 ล้านตัน เป็น 27 ล้านตัน รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่นวัตกรรม การจัดหา การจัดซื้อร่วม ไปจนถึงการร่วมลงทุน
นายเอกนัฎ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าสู่เป้าหมายความยั่งยืนและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050 จำเป็นต้องใช้พลังงานหลากหลายรูปแบบ ทั้งพลังงานหมุนเวียน พลังงานไฟฟ้า ไฮโดรเจน แอมโมเนีย และนวัตกรรมคาร์บอนต่ำ โดยไทยกำหนดให้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน หรือ CCS เป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญสู่เป้าหมายดังกล่าว ปัจจุบันมีโครงการนำร่องที่ผ่านการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) แล้ว ทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ของภูมิภาคที่พัฒนา CCS พร้อมเดินหน้าพัฒนา Eastern Hub เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐาน CCS ส่วนกลาง รองรับภาคอุตสาหกรรมในอนาคต
“การเปลี่ยนผ่านทางพลังงานไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นการเดินทางที่ต้องอาศัยเทคโนโลยี นวัตกรรม การลงทุน และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส” นายเอกนัฎกล่าว

