ว่าที่ปลัดพณ. พูนพงษ์ ยันไร้แทรกแซง ย้ำยึดโยกตามความเหมาะสม-เลือกคนเหมาะกับงาน เชื่อลูกหม้อทำงานคล่อง
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกระแสการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ครั้งล่าสุด และพูดกันว่าทำให้ข้าราชการเสียกำลังใจนั้นว่า ผมไม่ได้มองอย่างไร และเชื่อว่าไม่ได้เสียกำลังใจ เป็นเรื่องที่คนนอกมองเข้ามา อันนั้นมองว่าเป็นความรู้สึก ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เป็นความรู้สึกของคนบางคนที่มองเข้ามา วันนี้ ปัญหาของประเทศ เวลาเอาความจริงมาพูด ต้องพูดให้หมด แล้วสิ่งสำคัญเมื่อรู้ความจริงแล้ว ต้องยอมรับความจริง เป็นเรื่องที่ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง เป็นกันแยะมากที่ ไม่ค่อยเอาความจริงมาพูดกัน แต่เอาความรู้สึกมาแทนข้อเท็จจริง พิจารณาบนความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับแต่ละคน ความสมดุลของแต่ละคน ไม่เท่ากัน
สำหรับผมไม่แบ่งแยกใครทั้งนั้น ไม่มีการกลั่นแกล้งใครทั้งสิ้น ผมพูดได้เต็มปากว่าผมไม่มีอคติกับใดทั้งสิ้น หน้าที่ผมคือทำงาน ทำงาน และทำงาน ซึ่งการตั้งใครต้องดูให้ดี เพราะเมื่อตั้งแล้วจะเปลี่ยนไม่ได้ ในตำแหน่งที่ถูกโยกให้สูงขึ้น
ซึ่งหลักการนี้ จะใช้แบบเดียวกันกับการพิจารณาปรับโยก “พาณิชย์จังหวัด” ที่ปีนี้เกษียณถึง 10 คน รวมถึงการพิจารณาทูตพาณิชย์ด้วย ยิ่งในประเทศที่มีเพียง 1 คนที่มีถึง 7 แห่ง ต้องเลือกคนที่พร้อมทำงานและดูงานจริง ไม่อยากให้คนมาพูดว่าต้องโยกคนโน้นคนนี้ อย่างนั้นผมไม่ทำ และคนที่ถูกโยกย้ายจะเป็นลูกหม้อที่คุณเคยกับงานความรับผิดชอบมาแล้ว เป็นลูกหม้อมาก่อน อย่าง นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม เคยเป็นอธิบดีกรมการค้าภายใน มาก่อน
นายพูนพงษ์ ตอบข้อซักถามที่ว่าการโยกย้ายครั้งนี้เป็นธรรม นั้นว่า ต้องให้คนที่เป็นกลาง ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตัดสิน ถ้าถามคนที่ได้รับผลกระทบ คำตอบก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ถ้าถามคนออกคำสั่ง ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ฉะนั้นต้องให้คนกลาง มองว่าคนนี้เก่งมั้ย คนที่ไม่รู้สักมองเข้ามา ดูที่ผลงาน และตอบว่าเก่งมั้ย ข้าราชการบางส่วนอาจคิดตามกระแส แต่บางส่วนไม่ได้คิดอย่างกระแส ไม่ว่าจะเป็นผู้ตรวจราชการ รองปลัด หรือ อธิบดี ค่าตอบแทนเท่ากันหมด แต่ก็เข้าใจในความเป็นจริง อธิบดีเป็นเจ้ากรม มีคนทำงานและงบประมาณดูแล ในตำแหน่งผู้ตรวจราชการก็สามารถทำงานได้มากมาย โดยปกติมีพื้นที่ดูแล 12 จังหวัด หรือ อย่างสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(จีไอ) มีทั่วประเทศ และสามารถสร้างจากรายเล็กเป็นรายใหญ่และส่งออกได้เพิ่มขึ้น
“ผมขอให้ข้อเท็จจริง ผมไม่เคยเจอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนไหน ปฎิบัติอย่างนี้มาก่อน ที่ให้ปลัดปัจุจบันและว่าที่ปลัดไปคุยกัน เพราะถือว่ารู้จักคนในกระทรวงมากกว่า แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องไปปรึกษาท่านรัฐมนตรีว่าการฯ และตอบคำถาม รวมถึงเหตุผลว่าทำไมเป็นคนนั้นคนนี้ ท่านไม่ได้ชี้ ว่าต้องคนนั้นคนนี้ ให้เกียรติเราทำงาน ซึ่งน้ำหนักโยกย้ายครั้งนี้ อยู่ที่ปลัด 2 คน หารือกัน“
สำหรับกรณีการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง นางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ณ นครเจนีวา เป็นผู้ตรวจราชการ นั้น เพราะได้ตำแหน่งได้ปฏิบัติหน้าที่ครบวาระ 4 ปี และได้รับการต่ออายุอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี รวมเป็น 6 ปี ซึ่งตามข้อกฎหมายจะต้องสับเปลี่ยนไปดำรงตำแหน่งระดับ 10 อื่น เช่น ผู้ตรวจราชการ จึงมีการโยกย้ายในรอบเดียวกัน แม้จะในตำแหน่งเอกอัครราชทูตฯ จะครบเดือนก.พ. 2570 ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติ เพื่อให้กระบวนการเสนอคณะรัฐมนตรีและการนำความกราบบังคมทูลฯ เป็นไปตามกรอบเวลา
และก่อนหน้านี้ ครม.เห็นชอบ โดยกระทรวงพาณิชย์ เสนอชื่อ นางพิมพ์ชนก สมัครเข้ารับการคัดเลือกในตำแหน่งรองผู้อำนวยการใหญ่ (Deputy Director General: DDG) และผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ (Assistance Director General: ADG) ของ WIPO แต่ก็ไม่ได้รับการคัดเลือก และการโพสต์เรื่องลาออกนั้นเป็นความตั้งใจของเจ้าตัว เนื่องจากต้องดูแลมารดาที่มีอายุมาก ประกอบกับครบวาระ 6 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม ตามหลักการควรยื่นเรื่องลาออกอย่างเป็นทางการภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนกรณีการโยก นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม จากอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ไปเป็นผู้ตรวจราชการนั้น ท่านมีประสบการณ์จากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และมีความเชี่ยวชาญด้านการเจรจาการค้า จึงมีแนวคิดที่จะให้ไปรับดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทย WTO และ WIPO ณ นครเจนีวา เพื่อใช้ประสบการณ์ด้านการเจรจาที่สั่งสมมาให้เกิดประโยชน์ต่อกระทรวงและประเทศ แต่นางอรมนไม่สะดวกที่จะรับตำแหน่งดังกล่าว จึงอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบ


