สรท.เร่ง 3 ข้อ รัฐบาลรับผลกระทบนำ้มันพุ่ง -ภาษีทรัมป์
วันที่ 16 กันยายน นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาพลังงาน ว่าสถานการณ์ราคาพลังงานและความตึงเครียดในเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อภาคส่งออกไทยในระยะต่อไป โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย และระยะเวลาขนส่งที่มีแนวโน้มผันผวนมากขึ้น
แม้ตัวเลขส่งออกไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ยังขยายตัวได้ดี แต่ผู้ส่งออกต้องไม่ประมาท เพราะต้นทุนที่สูงขึ้นจะกระทบผู้ประกอบการที่มีมาร์จินต่ำ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหารแปรรูป ยางพารา ปิโตรเคมี และ SMEs ขณะที่ผู้ส่งออกชิ้นส่วนอุตสาหกรรมจะได้รับผลผ่านค่าขนส่งในประเทศ ต้นทุนวัตถุดิบ และพลังงานในกระบวนการผลิต
“หากราคาน้ำมันปรับสูงและยืนในระดับสูงต่อเนื่อง ผลกระทบจะไม่ได้เกิดเฉพาะค่าน้ำมัน แต่จะส่งผ่านไปยัง bunker surcharge, war-risk insurance และค่าบริหารจัดการตู้สินค้า โดยเส้นทางยุโรปและตะวันออกกลางเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษจากความเสี่ยงในทะเลแดงและคลองสุเอซ ”
นายธนากร กล่าวว่า ในส่วนการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ถือเป็นสัญญาณบวกที่ไทยและสหรัฐฯ มีความคืบหน้า และมีแนวโน้มว่าอัตราภาษีของไทยจะสามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ แต่ภาคเอกชนยังต้องการเห็นข้อสรุปอย่างเป็นทางการโดยเร็ว เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทย
“การมีอัตราภาษีที่ชัดเจนและแข่งขันได้จะช่วยให้ผู้ส่งออกวางแผนราคา รับคำสั่งซื้อ และรักษาการจ้างงานในห่วงโซ่อุปทานได้”
นายธนากร กล่าวอีกว่า สรท. ขอเสนอให้ภาครัฐเร่งดำเนินการ 3 เรื่อง คือ
หนึ่ง เร่งปิดการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ โดยคำนึงถึงความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย
สอง จัดทำมาตรการลดผลกระทบต้นทุนโลจิสติกส์และพลังงานแบบเจาะจงถึงผู้ส่งออกและ SMEs และ
สาม จัดระบบติดตามค่าระวาง เส้นทางเดินเรือ และความเสี่ยงด้านประกันภัย เพื่อให้ผู้ประกอบการปรับแผนการส่งมอบสินค้าได้ทันท่วงที
“โจทย์ของผู้ส่งออกในวันนี้ไม่ใช่เพียงการรักษายอดขาย แต่คือการรักษาความสามารถในการส่งมอบสินค้าตรงเวลา ควบคุมต้นทุน และแข่งขันได้อย่างต่อเนื่องในตลาดโลก” นายธนากร กล่าว

