พริวิเลจ คาร์ด ย้ำมาตรการปิดช่องโหว่ความมั่นคง ยันป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติเต็มที่
นายมนาเทศ อันนวัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (TPC) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับถึงกรณีที่มีชาวต่างชาติเข้ามาสร้างผลกระทบในด้านต่างๆ รวมถึงความปลอดภัยของประเทศไทย เพื่อตอบรับนโยบายการสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงคนไทยเองนั้น เราได้มีการยกระดับกระบวนการคัดกรองประวัติสมาชิกอย่างเข้มงวดผ่าน กลไก 4+1 หน่วยงาน ได้แก่ 1.กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ 2.สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) 3.องค์การตำรวจสากล (Interpol) เพิ่มเข้ามาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 เพื่อให้ทราบข้อมูลผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วนที่สุด 4.กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และ 5.สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ถือเป็นหน่วยงานตรวจสอบเชิงลึกทางการเงิน โดยเฉพาะในกรณีที่มีการเปลี่ยนสัญชาติ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มความเข้มงวดอย่างมากจากเดิมเมื่อ 2–3 ปีก่อนที่มีการตรวจสอบเพียง 2 หน่วยงานคือ ตม. และกรมการกงสุลเท่านั้น เป็นการปิดช่องโหว่ด้านความมั่นคงมากขึ้น
นายมนาเทศ กล่าวว่า ด้านมาตรการติดตามและตรวจสอบต่อเนื่อง เพื่อป้องกันผู้ไม่ประสงค์ดีนั้น บริษัทตรวจสอบ 100% ณ วันสมัคร โดยสมาชิกทุกคนจะได้รับการคัดกรองประวัติอย่างสะอาด (Clean) ตั้งแต่วันแรกที่สมัคร มีการตรวจซ้ำทุก 90 วัน และการต่อวีซ่าประจำปี ตม.จะทำการตรวจสอบสมาชิกประมาณ 4 ครั้งต่อปี รวมถึงตรวจสอบใหม่ทุกๆ รอบการติดวีซ่า 5 ปี โดยจะระงับสถานะทันที (Pending) หากพบความผิดปกติหรือได้รับการขอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะทำการระงับสถานะทันทีตั้งแต่วันเริ่มเช็กประวัติ โดยไม่ต้องรอให้คดีมีคำตัดสินสิ้นสุดเหมือนในอดีต แต่ที่ผ่านมาพบกรณีผู้ถือครองบัตรสมาชิกพริวิเลจ คาร์ด การกระทำผิดน้อยมาก ไม่ถึง 0.1% ของฐานสมาชิกรวม
“สมาชิกทั้งหมดที่ถือครองบัตรอยู่ ถือเป็นกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากมีอัตราค่าธรรมเนียมและมาตรฐานการคัดกรองที่สูงกว่าวีซ่าท่องเที่ยวทั่วไป เป็นการคัดครองคุณภาพของนักท่องเที่ยวต่างชาติในตัวอยู่แล้ว นอกจากจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวแล้ว ยังมีการประสานงานและวิเคราะห์ข้อมูลเส้นทางต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเต็มที่” นายมนาเทศ กล่าว
นายมนาเทศ กล่าวว่า สำหรับโครงสร้างตลาดในปัจจุบัน ประเทศจีนยังคงครองแชมป์อันดับ 1 จากฐานลูกค้ารวมอยู่ที่ประมาณ 40,000 ราย และตั้งเป้าหมายขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 43,000 รายภายในสิ้นปี 2569 นี้ โดยแบ่งตามสัดส่วนตลาดสำคัญ ได้แก่ อันดับ 1 ตลาดจีน มีสมาชิกประมาณ 20,000 ราย ครอบคลุมจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน โดยความต้องการหลักของกลุ่มนี้คือ การถือสิทธิวีซ่าพิเศษ (PE / Special Visa) เพื่อเป็นพาสปอร์ตที่ 2 หรือ 3 สำหรับความอุ่นใจ (Peace of Mind) และความมั่นคง ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และตัวแทนจำหน่าย (Agent) รายใหญ่ในจีน อันดับ 2 ญี่ปุ่น อันดับ 3 สหรัฐอเมริกา มีการเดินทางไปรุกทำตลาดเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง อันดับ 4 สหราชอาณาจักร (UK) อันดับ 5 และ 6 ไต้หวัน และรัสเซีย
นายมนาเทศ กล่าวว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Unrest) ในหลายภูมิภาค ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับอานิสงส์เนื่องจากถูกมองว่าเป็นประเทศที่เป็นมิตรและมีความปลอดภัย (Friendly Destination) ทำให้ให้ยอดสมาชิกจากรัสเซียและเมียนมา ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ตลาด อิสราเอล แม้จะได้รับความสนใจสูงแต่จำเป็นต้องชะลอการทำตลาดออกไปก่อนเนื่องจากสถานการณ์สงครามที่ยังระอุอยู่ในตอนนี้

