‘เคมีแมน’ ลุยอินเดีย-อินโดนีเซีย ปักธงท็อป 5 ผู้ผลิตปูนไลม์ระดับโลก ตั้งเป้าปี 71 แตะ 1.4 พันล้าน

16.09.26 | 19:47 น.

‘เคมีแมน’ เร่งขยายฐานต่างประเทศ ลุยอินเดีย-อินโดนีเซีย ปักธงท็อป 5 ผู้ผลิตปูนไลม์ระดับโลก ตั้งเป้าปี 71 แตะ 1.4 พันล้าน-กำไรพันล้านใน 5 ปี

ม.ล.จันทรจุฑา จันทรทัต ประธานกรรมการ บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) หรือ CMAN เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจผลิตปูนไลม์ ซึ่งเป็นเคมีพื้นฐานที่ใช้ในหลายอุตสาหกรรม โดยบริษัทมีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 1.4 ล้านตันต่อปี และอยู่ในกลุ่มผู้ผลิตปูนไลม์รายใหญ่เป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก รวมถึงเป็นหนึ่งใน 10 อันดับแรกของโลก ซึ่งบริษัทฯดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่การบริหารจัดการแหล่งวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการกระจายสินค้า โดยบริษัทมีเหมืองแร่หินปูนเคมีคุณภาพสูงในประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งมีปริมาณสำรองวัตถุดิบมากกว่า 150 ล้านตัน ทำให้สามารถรองรับการผลิตและการขยายธุรกิจในระยะยาว


ม.ล.จันทรจุฑา จันทรทัต ประธานกรรมการ บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) หรือ CMAN
ม.ล.จันทรจุฑา จันทรทัต ประธานกรรมการ บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) หรือ CMAN

ปัจจุบันเคมีแมนมีฐานลูกค้ากว่า 300 ราย ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก โดยส่งออกปูนไลม์คิดเป็น 55% ของปริมาณขายทั้งหมด ไปยังตลาดในเอเชีย ออสเตรเลีย และแอฟริกา ขณะที่ตลาดหลักประกอบด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เหล็กและเหล็กกล้า ก่อสร้าง กระดาษและเยื่อกระดาษ เคมีภัณฑ์ แคลเซียมคาร์บอเนตสังเคราะห์ น้ำตาล พลาสติกชีวภาพ แก้วและขวดแก้ว การเกษตร การบำบัดก๊าซไอเสีย การผลิตพลังงานจากขยะ และการบำบัดน้ำเสีย

ม.ล.จันทรจุฑา กล่าวว่า ปัจจุบันปัจจัยสำคัญของธุรกิจปูนไลม์ในคือ การควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต บริษัทจึงลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยนำระบบพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ รวมถึงปรับเปลี่ยนระบบขนส่งภายในโรงงานด้วยรถบรรทุกไฟฟ้า (EV) โดยภายในสิ้นปี 2569 บริษัทคาดว่าจะมีรถบรรทุก EV จำนวน 82 คัน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 90% ของความต้องการใช้รถทั้งหมด ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในกระบวนการดำเนินงาน ตามแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารจัดการต้นทุนในระยะยาว

Advertisement

ม.ล.จันทรจุฑา กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทสามารถเพิ่มกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิได้ แม้ว่ารายได้จะปรับตัวลดลงตามภาวะตลาด โดยเป็นผลจากการบริหารต้นทุน การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย ซึ่งบริษัทตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงกว่า 30% และมีความมั่นใจว่าผลประกอบการทั้งปี 2569 จะสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สำหรับแผนธุรกิจในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า บริษัทเตรียมขยายการลงทุนในต่างประเทศ โดยมุ่งไปที่ตลาดอินเดียและอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการใช้ปูนไลม์จากภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น

ม.ล.จันทรจุฑา กล่าวว่า การลงทุนในประเทศอินเดียคาดว่าจะมีความคืบหน้าและมีความชัดเจนภายใน 6-12 เดือนข้างหน้า ขณะที่โครงการลงทุนในประเทศอินโดนีเซียคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงงานภายในไตรมาส 2 ปี 2570 เพื่อขยายตลาดและเพิ่มกำลังการผลิตในภูมิภาค ทั้งนี้ นอกจากการขยายการลงทุนแล้ว บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะบุคลากรรุ่นใหม่ เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศและการเติบโตขององค์กรในระยะต่อไป

“เรากำลังอยู่ในช่วงจังหวะสำคัญของการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยการเข้าซื้อกิจการ Lime Master ที่เสร็จสิ้นในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทย ประกอบกับแผนการลงทุนอื่นๆ จึงเป็นโอกาสทองของเคมีแมนในการเร่งสร้างความแข็งแกร่งในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เพื่อมุ่งสู่การเป็น 1 ใน 5 ผู้ผลิตปูนไลม์ชั้นนำของโลกในระยะยาว โดยตั้งเป้าหมาย EBITDA ในปี 2571 มากกว่า 1,400 ล้านบาท และกำไรสุทธิมากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี ภายใน 5 ปีข้างหน้า” ม.ล.จันทรจุฑากล่าว

ซึ่งปัจจุบันบริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) มีฐานการผลิตในประเทศไทย เวียดนาม และอินเดีย รวมถึงศูนย์กระจายสินค้าในประเทศออสเตรเลีย โดยเครือข่ายการผลิตและจำหน่ายดังกล่าว ช่วยให้บริษัทสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าในหลายอุตสาหกรรม โดยแนวทางดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป จะเน้นการขยายตลาดต่างประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารต้นทุน เพื่อรองรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมปูนไลม์ระดับภูมิภาค