‘เคมีแมน’ เร่งขยายฐานต่างประเทศ ลุยอินเดีย-อินโดนีเซีย ปักธงท็อป 5 ผู้ผลิตปูนไลม์ระดับโลก ตั้งเป้าปี 71 แตะ 1.4 พันล้าน-กำไรพันล้านใน 5 ปี
ม.ล.จันทรจุฑา จันทรทัต ประธานกรรมการ บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) หรือ CMAN เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจผลิตปูนไลม์ ซึ่งเป็นเคมีพื้นฐานที่ใช้ในหลายอุตสาหกรรม โดยบริษัทมีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 1.4 ล้านตันต่อปี และอยู่ในกลุ่มผู้ผลิตปูนไลม์รายใหญ่เป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก รวมถึงเป็นหนึ่งใน 10 อันดับแรกของโลก ซึ่งบริษัทฯดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่การบริหารจัดการแหล่งวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการกระจายสินค้า โดยบริษัทมีเหมืองแร่หินปูนเคมีคุณภาพสูงในประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งมีปริมาณสำรองวัตถุดิบมากกว่า 150 ล้านตัน ทำให้สามารถรองรับการผลิตและการขยายธุรกิจในระยะยาว

ปัจจุบันเคมีแมนมีฐานลูกค้ากว่า 300 ราย ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก โดยส่งออกปูนไลม์คิดเป็น 55% ของปริมาณขายทั้งหมด ไปยังตลาดในเอเชีย ออสเตรเลีย และแอฟริกา ขณะที่ตลาดหลักประกอบด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เหล็กและเหล็กกล้า ก่อสร้าง กระดาษและเยื่อกระดาษ เคมีภัณฑ์ แคลเซียมคาร์บอเนตสังเคราะห์ น้ำตาล พลาสติกชีวภาพ แก้วและขวดแก้ว การเกษตร การบำบัดก๊าซไอเสีย การผลิตพลังงานจากขยะ และการบำบัดน้ำเสีย
ม.ล.จันทรจุฑา กล่าวว่า ปัจจุบันปัจจัยสำคัญของธุรกิจปูนไลม์ในคือ การควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต บริษัทจึงลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยนำระบบพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ รวมถึงปรับเปลี่ยนระบบขนส่งภายในโรงงานด้วยรถบรรทุกไฟฟ้า (EV) โดยภายในสิ้นปี 2569 บริษัทคาดว่าจะมีรถบรรทุก EV จำนวน 82 คัน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 90% ของความต้องการใช้รถทั้งหมด ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในกระบวนการดำเนินงาน ตามแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารจัดการต้นทุนในระยะยาว

ม.ล.จันทรจุฑา กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทสามารถเพิ่มกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิได้ แม้ว่ารายได้จะปรับตัวลดลงตามภาวะตลาด โดยเป็นผลจากการบริหารต้นทุน การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย ซึ่งบริษัทตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงกว่า 30% และมีความมั่นใจว่าผลประกอบการทั้งปี 2569 จะสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สำหรับแผนธุรกิจในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า บริษัทเตรียมขยายการลงทุนในต่างประเทศ โดยมุ่งไปที่ตลาดอินเดียและอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการใช้ปูนไลม์จากภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น
ม.ล.จันทรจุฑา กล่าวว่า การลงทุนในประเทศอินเดียคาดว่าจะมีความคืบหน้าและมีความชัดเจนภายใน 6-12 เดือนข้างหน้า ขณะที่โครงการลงทุนในประเทศอินโดนีเซียคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงงานภายในไตรมาส 2 ปี 2570 เพื่อขยายตลาดและเพิ่มกำลังการผลิตในภูมิภาค ทั้งนี้ นอกจากการขยายการลงทุนแล้ว บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะบุคลากรรุ่นใหม่ เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศและการเติบโตขององค์กรในระยะต่อไป
“เรากำลังอยู่ในช่วงจังหวะสำคัญของการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยการเข้าซื้อกิจการ Lime Master ที่เสร็จสิ้นในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทย ประกอบกับแผนการลงทุนอื่นๆ จึงเป็นโอกาสทองของเคมีแมนในการเร่งสร้างความแข็งแกร่งในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เพื่อมุ่งสู่การเป็น 1 ใน 5 ผู้ผลิตปูนไลม์ชั้นนำของโลกในระยะยาว โดยตั้งเป้าหมาย EBITDA ในปี 2571 มากกว่า 1,400 ล้านบาท และกำไรสุทธิมากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี ภายใน 5 ปีข้างหน้า” ม.ล.จันทรจุฑากล่าว
ซึ่งปัจจุบันบริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) มีฐานการผลิตในประเทศไทย เวียดนาม และอินเดีย รวมถึงศูนย์กระจายสินค้าในประเทศออสเตรเลีย โดยเครือข่ายการผลิตและจำหน่ายดังกล่าว ช่วยให้บริษัทสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าในหลายอุตสาหกรรม โดยแนวทางดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป จะเน้นการขยายตลาดต่างประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารต้นทุน เพื่อรองรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมปูนไลม์ระดับภูมิภาค


