หน้าแรก เศรษฐกิจ ร้านอาหารห่วง...

ร้านอาหารห่วงกำลังซื้อเปราะบาง ต้นทุนพุ่งสูง ชงรัฐ 3 เรื่องเร่งเครื่องก่อนปีใหม่ 2570

20.09.26 | 16:48 น.

ร้านอาหารห่วงกำลังซื้อเปราะบาง ต้นทุนพุ่งสูง ชงรัฐ 3 เรื่องเร่งเครื่องก่อนปีใหม่ 2570


 นายสรเทพ สตีฟ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย เปิดเผยถึงปัจจัยเสี่ยงที่ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องจับตาในช่วงปลายปี 2569 ว่า สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดคือกำลังซื้อของประชาชนที่ยังมีความเปราะบาง ขณะที่ภาระหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง และต้นทุนการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการยังคงอยู่ในระดับสูงเช่นกัน

นายสรเทพ กล่าวว่า แม้ช่วงปลายปีจะเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) และมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการร้านอาหารทุกกลุ่มจะได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน เนื่องจากผู้บริโภคชาวไทยยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย ขณะที่พฤติกรรมและกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวในช่วง High Season ปี 2569 นี้อาจแตกต่างจากปีก่อนๆ

นายสรเทพ กล่าวว่า สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ กำลังซื้อและภาระหนี้ครัวเรือน ราคาวัตถุดิบและพลังงาน ค่าแรงและต้นทุนการดำเนินงาน ค่า GP และค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ตลอดจนค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของไทย นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมัน และการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

นายสรเทพ กล่าวว่า สำหรับธุรกิจร้านอาหาร สิ่งที่น่ากังวลไม่ได้มีเพียงยอดขายที่อาจลดลงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอัตรากำไรที่ลดลง เนื่องจากต้นทุนในด้านต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้แม้ผู้ประกอบการจะสามารถรักษายอดขายไว้ได้ แต่กำไรสุทธิอาจลดลงตามไปด้วย

นายสรเทพ กล่าวว่า ก่อนเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ รัฐบาลควรเร่งดำเนินการ 3 เรื่อง โดยเรื่องแรก นอกจากการประคองกำลังซื้อและช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็กแล้ว ควรครอบคลุมไปถึงร้านอาหารที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลด้วย หากรัฐบาลจะดำเนินมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ควรออกแบบให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร SMEs ที่อยู่ในระบบภาษีสามารถเข้าถึงมาตรการได้ควบคู่กัน เพื่อให้ความช่วยเหลือครอบคลุมผู้ประกอบการในระบบอย่างทั่วถึง

นายสรเทพ กล่าวว่า เรื่องที่สอง ควรใช้เทศกาลปีใหม่เป็น “Economic Festival” โดยไม่ควรมองเพียงการจัดกิจกรรมเคานต์ดาวน์ แต่ควรผลักดันให้ช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีเป็นช่วงที่คนไทยและนักท่องเที่ยวออกมาเดินทางและจับจ่ายใช้สอยทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงร้านอาหาร โรงแรม แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน และกิจกรรมต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ ทั้งนี้ จะช่วยประคองการจ้างงานในภาคธุรกิจบริการและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีการจ้างงานในสัดส่วนสูง โดยภาคการท่องเที่ยวและบริการมีห่วงโซ่ธุรกิจเชื่อมโยงกับหลายภาคส่วน

นายสรเทพ กล่าวว่า เรื่องที่สาม รัฐบาลควรดำเนินมาตรการลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการควบคู่ไปกับการกระตุ้นยอดขาย เพราะหากภาครัฐกระตุ้นยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ต้นทุนการประกอบธุรกิจยังอยู่ในระดับสูง ผู้ประกอบการก็อาจไม่ได้มีความแข็งแรงทางการเงินเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะควรพิจารณาชะลอมาตรการที่อาจเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการในช่วงที่ต้นทุนยังสูง รวมถึงมาตรการของกระทรวงแรงงานที่กำหนดให้นายจ้างและลูกจ้างต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนแรงงานเพิ่มเติม นอกเหนือจากเงินสมทบประกันสังคม ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนเพิ่มขึ้นในช่วงที่ธุรกิจกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน

นายสรเทพ กล่าวว่า รัฐบาลควรมองธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจที่พักเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากเป็นธุรกิจที่สร้างการจ้างงานและกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน รวมทั้งมีความเชื่อมโยงกับภาคเกษตร การท่องเที่ยว การขนส่ง และธุรกิจบริการอีกเป็นจำนวนมาก จึงถือเป็นภาคธุรกิจที่มีห่วงโซ่อุปทานกว้างและสามารถสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง

นายสรเทพ กล่าวว่า ตนมองว่า มาตรการ ไทยช่วยไทยพลัส มองว่าควรเป็นมาตรการที่ช่วยประคองเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการควบคู่กันคือการสร้างความเชื่อมั่นและกำลังซื้อให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงและพลังงานให้มีความเป็นธรรมมากขึ้น เพื่อให้เมื่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสิ้นสุดลงแล้ว เศรษฐกิจไทยยังสามารถเดินหน้าต่อได้ด้วยกลไกของตัวเอง