หน้าแรก เศรษฐกิจ ธอส. ปล่อยกู้...

ธอส. ปล่อยกู้ติดโซลาร์รูฟ 1.5 แสน คาดค่าผ่อนงวดละพัน ไม่ต้องเป็นลูกค้าเดิมก็กู้ได้ ชูนำรายได้ขายไฟคืนรัฐหักค่างวด

21.09.26 | 06:00 น.

ธอส. ปล่อยกู้ติดโซลาร์รูฟท็อป 1.5 แสน คาดค่าผ่อนงวดละพัน ไม่ต้องเป็นลูกค้าเดิมก็กู้ได้ ชูนำรายได้ขายไฟคืนรัฐหักค่างวด

นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานของธนาคารในช่วงครึ่งปีแรกว่า สินเชื่อปล่อยใหม่มีการขยายตัวอย่างโดดเด่น โดยเติบโตสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 15% ปัจจุบันสามารถปล่อยสินเชื่อไปแล้วกว่า 160,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นกว่า 60% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 240,000 ล้านบาท และมั่นใจว่าทั้งปีจะทำได้ตามเป้าหมาย ขณะที่เป้าหมายกำไรสุทธิปีนี้คาดว่าจะทำได้เกินกว่าที่คณะกรรมการธนาคารอนุมัติไว้ประมาณ 8,000 ล้านบาท ด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ยังคงบริหารจัดการได้ดีและอยู่ในกรอบเป้าหมายบวกลบประมาณ 5% สำหรับกลุ่มสินเชื่อที่เติบโตเด่นเป็นพิเศษ คือ สินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท โดยปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อของ ธอส. มีสัดส่วนที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท สูงถึง 65% และกลุ่มราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท มีสัดส่วนมากกว่า 80% ของพอร์ตสินเชื่อรวม


นายมหัทธนะ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน พอร์ตสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) อาทิ สินเชื่อบ้านเบอร์ 5 และสินเชื่อบ้านประหยัดพลังงาน มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ปล่อยไปแล้วสะสมประมาณ 20,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นกว่า 10% ของพอร์ตสินเชื่อปล่อยใหม่ โดยธนาคารมีเป้าหมายระยะยาวร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่จะผลักดันสัดส่วนสินเชื่อสีเขียวให้แตะระดับ 15% ของพอร์ตสินเชื่อรวม

นายมหัทธนะ กล่าวว่า ด้านความคืบหน้าโครงการสินเชื่อติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ภาคประชาชน ตามนโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยใช้วงเงิน 2 แสนล้านบาทหลัง จากพรก.กู้เงิน  4 แสนล้านบาทนั้น รัฐบาลจะสนับสนุนเงินอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อฟ 5 หมื่นบาทต่อครัวเรือน ตั้งเป้าคลอบคลุม 1.5 ล้านครัวเรือน

Advertisement

นายมหัทธนะ กล่าวว่า สำหรับสถาบันการเงินที่จะสนับสนุนสินเชื่อค่าติดตั้งในส่วนที่เหลือ ได้แก่ ธอส. ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)  สำหรับ ธอส. จะสนับสนุนสินเชื่อในรูปแบบไม่มีหลักประกัน เบื้องต้นโซลาร์เซลล์ระบบขนาด 5 กิโลวัตต์  จะใช้วงเงินกู้ต่อรายประมาณ 140,000–150,000 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 7 ปี คาดว่าเงินงวดราว 1,000 กว่าบาทต่อเดือน ทั้งนี้ ธอส.เตรียมสภาพคล่องไว้อย่างเพียงพอโดยไม่จำกัดวงเงิน และไม่ได้ขอเงินชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาล(ยอด On-top เป้าสินเชื่อใหม่)

นายมหัทธนะ กล่าวว่า อย่างไรก็ดี เกณฑ์การพิจารณา จะมีการตรวจสอบจากประวัติและพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าย้อนหลัง 1–2 ปี และผู้กู้ต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีชื่อตรงกับเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า เป็นบ้านพักอาศัยจริง ไม่รวมอาคารสำนักงาน ขณะเดียวกัน ผู้กู้ไม่จำเป็นต้องลูกค้าเดิมของ ธอส. ก็สามารถยื่นกู้ได้ และควรมีภาระค่าไฟเฉลี่ยเดือนละประมาณ 2,000–3,000 บาทขึ้นไป เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า

นายมหัทธนะ กล่าวว่า ทั้งนี้ ประชาชนสามารถนำไฟฟ้าส่วนเกินขายคืนให้การไฟฟ้า ซึ่งประเมินจากชุดติดตั้งขนาด 5 กิโลวัตต์ คาดจะมีรายได้จากการขายไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 1,600 บาทต่อเดือน หรือ เฉลี่ยเดือนละกว่า 1,000 บาทตลอดทั้งปี โดยประชาชนสามารถนำรายได้จากการขายไฟฟ้าคืนมาหักชำระค่างวดสินเชื่อกับธนาคารได้  ซึ่งเป็นนโยบายที่กระทรวงการคลังคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือระบบตัดจ่ายร่วมกับการไฟฟ้า

นายมหัทธนะ กล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยจะเป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว โดยร่วมกับการไฟฟ้า กฟน. และ กฟภ. ดำเนินงานแบบ One Stop Service โดยการไฟฟ้าจะเป็นผู้ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างหลังคา ทิศทางแสงแดดและความพร้อมของสถานที่ พร้อมจัดหาคู่ค้า/ผู้ติดตั้ง (Vendor) และอุปกรณ์สเปคมาตรฐาน (แผงโซลาร์ และ Inverter) ที่ผ่านการรับรองอยู่ในลิสต์ของการไฟฟ้า ขณะที่อุปกรณ์และงานติดตั้งจะมีประกันภัยคุ้มครอง เช่น ความเสี่ยงไฟไหม้และการรับประกันมาตรฐานจากผู้ติดตั้งในลิสต์ของการไฟฟ้า

นายมหัทธนะ กล่าวว่า ส่วนกรณีข้อกังวลเรื่องอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ของระบบสถาบันการเงินที่พุ่งสูง 40–50% ในกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาทนั้น ธอส. ไม่ได้ใช้นโยบายปฏิเสธคำขอสินเชื่อของลูกค้าทันที แต่จะส่งผู้กู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์เข้าสู่ “โครงการโรงเรียนการเงิน” เพื่อบ่มเพาะวินัยทางการเงิน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผ่านการเปิดบัญชีเงินฝากและสร้างพฤติกรรมการออมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 20,000 ราย และมีผู้ผ่านเกณฑ์จนสามารถกลับมารับการอนุมัติสินเชื่อได้แล้วประมาณ 10% โดยพบว่าลูกค้ากลุ่มนี้มีประวัติการผ่อนชำระที่ดีมากและแทบไม่พบปัญหาหนี้เสีย