หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกนิติ ผนึก ...

เอกนิติ ผนึก กกร. เปิดแผน Reinvent Thailand ดันไทยโต 3% พลัส มุ่งสู่ปท.รายได้สูงปี 80

21.09.26 | 16:48 น.

เอกนิติ ผนึก กกร. เปิดแผน ‘Reinvent Thailand’ ใช้กองหน้า-กลาง-หลัง ดันไทยโต 3% พลัส มุ่งสู่ปท.รายได้สูงปี 80 เคาะเฟรมเวิร์ก ชงนายกใน 1 เดือน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายในงานแถลงข่าว “ผลการหารือของ กกร. เรื่อง Reinvent Thailand” ร่วมกับประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า การหารือครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากงาน The Bangkok Business Summit 2026 ซึ่งรวบรวมมุมมองและข้อเสนอจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ ก่อนนำมาพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนประเทศ โดยวางโครงสร้างการทำงานเป็น 3 ส่วน ได้แก่ “กองหน้า กองกลาง และกองหลัง”


นายเอกนิติ กล่าวว่า “กองหน้า” จะนำโดยภาคเอกชน ทำหน้าที่เป็นหัวหอกในการนำทีมไทยแลนด์ออกไปแข่งขันและบุกตลาดโลกใน 7 สาขาเป้าหมาย ได้แก่ เกษตรและการแปรรูปอาหาร ซึ่งเป็นจุดแข็งเดิมของไทย, อุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงกับแรงงานและเอสเอ็มอี, การค้าปลีกและโลจิสติกส์เพื่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค, อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, การแพทย์และเวลเนส, การท่องเที่ยวคุณภาพสูงและมูลค่าสูง และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

นายเอกนิติ กล่าวว่า “กองกลาง” นำโดยภาครัฐ ทำหน้าที่เชื่อมโยงและสนับสนุนภาคเอกชน โดยมีหน่วยงานสำคัญเข้ามาขับเคลื่อนในแต่ละด้าน ทั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่มุ่งส่งเสริมการนำ AI มาใช้และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน กระทรวงพลังงานดูแลการลงทุนสีเขียวและเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) รวมถึงกระทรวงการคลังและสมาคมธนาคารไทยที่เข้ามาดูแลด้านการเงินและตลาดทุน ส่วน “กองหลัง” นำโดยกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำหน้าที่ดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน ทั้งนี้ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกทั้ง 3 แห่ง ได้ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยเป็น “มีเสถียรภาพ” (Stable) ส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้าประเทศไทยตั้งแต่ต้นปี

Advertisement

นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ได้ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าและวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันและขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายดันการเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP) ให้โตเกิน 3% หรือ 3% Plus พร้อมใช้นโยบายการเติบโตผ่านการลงทุน (Investment Growth Policy) ดันสัดส่วนการลงทุนให้ถึง 30% ของ GDP และตั้งเป้าผลักดันความสามารถในการแข่งขันของไทยให้ขยับขึ้นสู่ 20 อันดับแรกของโลก ภายในระยะเวลา 4 ปี จากปัจจุบันที่อยู่ในอันดับ 26 และตั้งเป้าสู่ประเทศไทยรายได้สูงในอีก 12 ปีข้างหน้าหรือ 2580

นายเอกนิติ กล่าวว่า ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นพ้องที่จะเชื่อมโยงคณะทำงาน Reinvent Thailand ทั้ง 7 กลุ่มธุรกิจกับคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. เพื่อให้ข้อเสนอของภาคเอกชนเข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นระบบ มีหน่วยงานเจ้าภาพ และสามารถติดตามความก้าวหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับแนวทางดำเนินงานจะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1.Stabilize Today แก้ไขปัญหาเร่งด่วน ลดต้นทุน และปลดล็อกอุปสรรคที่กระทบต่อภาคธุรกิจ 2.Transition Now สนับสนุนผู้ประกอบการให้ปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจ และมาตรฐานใหม่ 3.Invest for Tomorrow วางรากฐานการลงทุน อุตสาหกรรมแห่งอนาคต การพัฒนาทักษะ และโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว

นายเอกนิติ กล่าวว่า ทั้งนี้ กรอ.และอีก 7 อุตสาหกรรม จะร่วมกันกำหนดเฟลมเวิร์กให้แล้วเสร็จ เพื่อสรุปความต้องการและมาตรการทั้งหมด ก่อนจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐ และเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ในอีก 1 เดือนข้างหน้า

“เราจะไปทำการบ้าน กำหนดเฟลมเวิร์คร่วมกันกับทั้ง 7 อุตสาหกรรม เพื่อระบุว่าต้องการอะไรจากภาครัฐ จะทำงานร่วมกันอย่างไร ถ้าการลงทุนมาที่ผม ถ้าเอสเอ็ทอีเชื่อมโยงท่านศุภจี ถ้าเรื่องแรงงานเชื่อมโยงท่านยศชนัน และท่านปกรณ์เชื่อมโยงกับ Ease of Doing Business วันนี้ผมมาบูรณาการในฐานะรองประธาน กรอ. เพื่อเชื่อโยงกัน และตั้งเป้า 3 อาทิตย์จะกราบเรียนท่านรองนายกอีก 3 ท่านมาคุยกัน และอีก 4 อาทิตย์จะนำเสนอนายก” นายเอกนิติ กล่าว