หน้าแรก เศรษฐกิจ อุตฯ ผนึก SME...

อุตฯ ผนึก SME D Bank-กรมโรงงาน ดัน SMEs สู่ Green Industry เติมทุน 3% เติมความรู้ สร้างแต้มต่อธุรกิจยั่งยืน

21.09.26 | 18:02 น.

อุตฯ ผนึก SME D Bank-กรมโรงงาน ดัน SMEs สู่ Green Industry เติมทุน 3% เติมความรู้ สร้างแต้มต่อธุรกิจยั่งยืน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ อาคาร SME Bank Tower นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การบูรณาการความร่วมมือ (MOU) ในการยกระดับผู้ประกอบการ SMEs สู่อุตสาหกรรมสีเขียว และสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุน” ผ่านโครงการ “SMEs พร้อมโต เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ยกระดับสู่ Green Industry” ระหว่าง ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank


นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้น รวมถึงแรงกดดันจากกติกาการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และมาตรฐานใหม่ของโลก ไม่ว่าจะเป็นมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน มาตรฐานการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) รวมถึงกฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปราศจากการทำลายป่า โดยความร่วมมือของ 2 หน่วยงานภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับและเสริมสร้างประสิทธิภาพสูงสุดให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ช่วยเพิ่มผลิตภาพ และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดของเสีย การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาด ช่วยให้เอสเอ็มอีสามารถปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและยกระดับธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีโลก

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวเป็นไปตามนโยบาย ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในการบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถก้าวสู่การเป็น “อุตสาหกรรมสีเขียว” (Green Industry) ได้อย่างเป็นระบบ และเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และห่วงโซ่อุปทาน การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิทัล กฎระเบียบการค้ายุคใหม่ ต้นทุนพลังงานเพิ่มสูง เศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึง แรงกดดันจากระเบียบการค้าใหม่ของโลก ขณะเดียวกัน ยังเป็นการสร้าง “แต้มต่อ” ในการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ที่จะเติบโตเคียงข้างสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมโรงงานฯ นอกจากจะมีพันธกิจในการควบคุมดูแลธุรกิจอุตสาหกรรมให้ประกอบการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความปลอดภัยแล้ว ยังส่งเสริมการบริหารการผลิต การแปลงเครื่องจักรเป็นทุน การจัดการพลังงาน และการจัดการมลพิษและวัตถุอันตราย ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน จึงหวังว่า ความร่วมมือระหว่าง กรมโรงงานฯ และ SME D Bank จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุน และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงธุรกิจ ไปพร้อมกับการรักษาสิ่งแวดล้อม

Advertisement

ทั้งนี้ สองหน่วยงานจะร่วมกันเติมเต็มศักยภาพ ตลอดจน อำนวยความสะดวก และปลดล็อกข้อจำกัดของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการยกระดับสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ผ่านการถ่ายทอดความรู้ พัฒนากระบวนการและขั้นตอน ตลอดจนพาถึงแหล่งทุน โดย SME D Bank จัดเตรียมเงินทุนดอกเบี้ยต่ำไว้รองรับ สนับสนุนเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียวได้อย่างราบรื่น ด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่อ “SME Green Productivity” ดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท สำหรับวงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน สามารถใช้ บสย. ค้ำประกันเต็มจำนวน สามารถนำไปยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียว ไม่ว่าจะเป็นลงทุนปรับปรุงโรงงาน เปลี่ยนเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ไปใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จะได้รับบริการด้านการพัฒนาจาก SME D Bank และกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะองค์ความรู้ด้านมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว จากวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ เช่น แนวทางสร้างโรงงานสีเขียว เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต คำนึงถึงชุมชน กิจกรรม Workshop ขั้นตอนการยื่นขอรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว ตั้งแต่ต้นทางจนถึงการลงมือปฏิบัติจริง การขอมาตรฐาน Green Industry (GI) รวมถึงการฝึกและใช้เครื่องมือคำนวณคาร์บอนเครดิต สร้างความเข้าใจด้านการประเมินและบริหารจัดการคาร์บอน เพื่อวางแผนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ