เอกนิติ ยันเดินหน้า ‘ไทยช่วยไทยพลัส เฟส2’ 2 เดือน ลุ้น 22 ก.ย. เติมเงินเท่าไหร่
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีข้อเสนอให้นำงบประมาณจากโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 ไปใช้เพื่อราคาน้ำมันเพื่อช่วยเหลือประชาชนแทนว่า วิกฤตพลังงานเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยมีเครื่องมือในการรับมือและบริหารจัดการอยู่หลายด้าน ได้แก่ การใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และการนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากโรงกลั่น (ค่าการกลั่น) มาช่วยลดราคาน้ำมันให้แก่ประชาชน
นายเอกนิติ กล่าวว่า ส่วนการใช้มาตรการทางภาษีสรรพสามิตนั้น จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและสอดคล้องกับกรอบวินัยการเงินการคลังของประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมา หากลดภาษีสรรพสามิตจะส่งผลให้รายได้รัฐลดลง ขณะที่รายจ่ายยังคงสูง ทำให้ต้องมีการกู้เงินเพิ่ม ประกอบกับในปีงบประมาณปัจจุบัน กรอบวงเงินกู้ชดเชยการขาดดุลงบประมาณเหลืออยู่เพียงประมาณ 10,000 กว่าล้านบาท หากใช้มาตรการลดภาษีโดยไม่รัดกุม อาจกระทบต่อเสถียรภาพทางการคลังและก่อให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤตได้
นายเอกนิติ กล่าวว่า หากจำเป็นต้องนำมาตรการลดภาษีสรรพสามิตมาใช้ในอนาคต จะต้องพิจารณาให้เกิดประโยชน์ตกแก่ประชาชนและเกษตรกรไทยโดยตรง เช่น การพิจารณาช่วยกลุ่มพลังงานทางเลือกอย่าง E20 ที่ใช้วัตถุดิบเอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลัง หรือ B20 ที่ใช้วัตถุดิบไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม เพื่อกระจายรายได้กลับคืนสู่เกษตรกรในประเทศ ขณะที่โครงการไทยช่วยไทย พลัส ยังคงมีความสำคัญในการช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน ควบคู่ไปกับการเพิ่มรายได้และส่งเสริมทักษะอาชีพผ่านระบบออนไลน์และเทคโนโลยีเอไอให้กับร้านค้ารายย่อย เพื่อให้สามารถฟื้นตัวและเติบโตได้อย่างยั่งยืนหลังผ่านพ้นวิกฤต
นายเอกนิติ กล่าวถึงรายละเอียดการเติมเงินโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2 ซึ่งเตรียมต่ออายุโครงการออกไปอีก 2 เดือน โดยกรณีที่รัฐบาลจะเติมเงินเพิ่มให้ 1,000 บาท เพื่อให้ประชาชนใช้จ่ายตลอดระยะเวลา 2 เดือน หรือไม่นั้น ว่า ขอให้รอรายละเอียดในการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 22 กันยายน 2569 ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)



