คลัง-บสย. เปิดตัว ‘สินเชื่อนาโนพลัส’ เพิ่มโอกาสให้คนตัวเล็กเข้าถึงแหล่งทุน ลดพึ่งหนี้นอกระบบ อัดฉีดวงเงิน 2 พันล้าน ฟรีค่าธรรมเนียมนาน 4 ปี ร้านค้าไทยช่วยไทย ใช้ยอดขายยื่นกู้ได้
สินเชื่อนาโนพลัส – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “โอกาสทางการเงินเพื่อคนตัวเล็ก” ในงานเปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส บยส. ณ กระทรวงการคลังว่า หัวใจสำคัญของนโยบายกระทรวงการคลังคือการมุ่งเน้นเพิ่มโอกาสให้กับ “คนตัวเล็ก” ทั้งพ่อค้า แม่ค้า และผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งยังขาดทั้งโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและโอกาสในการค้าขาย โดยกระทรวงการคลังได้วางแนวทางช่วยเหลือผ่านการสร้างโอกาสการค้าขายควบคู่ไปกับการลดภาระค่าครองชีพ ทั้งนี้ ความหมายของคำว่า “พลัส” ในโครงการ นั้นไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การเพิ่มโอกาสทางการค้าขายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโอกาสในการเรียนรู้และเพิ่มทักษะให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย สามารถเติบโตและปรับตัวได้อย่างยั่งยืน

นายเอกนิติ กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีเอไอนกกระซิบ เข้ามาช่วยยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการ จะช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการขายและจัดทำสรุปข้อมูลยอดขายในแต่ละวัน ทำให้พ่อค้าแม่ค้าทราบว่าวันใดขายดีที่สุด ซึ่งช่วยในการบริหารจัดการต้นทุนและวัตถุดิบได้อย่างเหมาะสมเพื่อลดการขาดทุน ขณะเดียวกัน ข้อมูลยอดขายผ่านเอไอนกกระซิบ จะกลายเป็นหลักฐานทางการเงินสำคัญที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปยื่นแสดงต่อสถาบันการเงินของรัฐ หรือกลุ่ม Non-bank เพื่อขอกู้สินเชื่อในระบบได้ ซึ่งจะช่วยแก้ไขจุดอ่อนในอดีตที่กลุ่มคนตัวเล็กขาดเอกสารทางการเงิน จนต้องหันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 20% ต่อวัน
นายเอกนิติ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นข้อต่อสุดท้าย ในการช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน พร้อมทั้งยกเว้นค่าธรรมเนียมการค้ำประกันตลอดระยะเวลา 4 ปีเต็ม
ทั้งนี้ โครงการค้ำประกันสินเชื่อ นาโนพลัส จาก บสย. จะช่วยให้คนตัวเล็กสามารถเข้าถึงเงินทุนหมุนเวียนในระบบเพื่อใช้ในการค้าขายหรือขยายร้านค้าได้โดยไม่ต้องไปกู้ยืมหนี้นอกระบบ ซึ่งการช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้มแข็งและเติบโตได้นั้น จะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้มีความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน
“ร้านค้าใดที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส มี AI นกระซิบ ช่วยสรุปยอดขายให้ เป็นหลักฐานการกู้เงินได้ ขอให้นอนแบงก์หรือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร และสถาบันการเงินของรัฐ ช่วยปล่อยสินเชื่อให้ เพราะมีบสย.ค้ำประกันให้แล้ว” นายเอกนิติ กล่าว

นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น และกำลังซื้อที่ชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะรายย่อย พ่อค้า แม่ค้า และอาชีพอิสระที่เผชิญปัญหาสภาพคล่องและเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ยาก สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนจากสินเชื่อ เอสเอ็มอีที่หดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 16 ทำให้ภาครัฐเร่งหาแนวทางช่วยเหลือ โดยเปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส (Nano Plus) เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนตัวเล็กเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น ครอบคลุมทั้งธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินของรัฐ Non-Bank และรองรับ Virtual Bank
นายสิทธิกร กล่าวว่า สำหรับโครงการสินเชื่อนาโนพลัส เป็นมาตรการที่กระทรวงการคลังร่วมกับ บสย. ช่วยเหลือกลุ่มคนตัวเล็ก พ่อค้า แม่ค้า และอาชีพอิสระ ซึ่งเป็นกลุ่มที่สถาบันการเงินมองว่ามีความเสี่ยงสูงจากข้อมูลทางการเงินที่ไม่สมบูรณ์ จึงมักหันไปพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบ บสย. จึงขยายการค้ำประกันไปยังผู้ให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ประเภท Non-Bank ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่ขาดหลักประกันหรือคนค้ำสามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบ รวมถึงรองรับผู้ให้บริการ Virtual Bank
นายสิทธิกร กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นมาตรการเสริมสภาพคล่องให้เอสเอ็มอี คนตัวเล็ก พ่อค้า แม่ค้า และอาชีพอิสระ ทั้งกลุ่มที่อยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัลของรัฐบาลและผู้ค้าทั่วไป พร้อมสร้างความมั่นใจให้สถาบันการเงินและ Non-Bank ในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ทั้งนี้ สำหรับจุดเด่นของโครงการ บสย. จะร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐและผู้ให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งมีช่องทางเข้าถึงง่ายและเกณฑ์พิจารณาสินเชื่อยืดหยุ่น โดยเน้นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับร้านค้าขนาดเล็กและผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนตั้งแต่หลักพันบาทขึ้นไป โดยโครงการมีวงเงินค้ำประกันรวม 2,000 ล้านบาท โดยเฟสแรก 500 ล้านบาท ระยะเวลาค้ำประกันไม่เกิน 4 ปี และใช้ บสย. เครดิตสกอริ่ง (TCG Score) ในการบริหารความเสี่ยง
คาดช่วย SME เข้าถึงสินเชื่อกว่า 100,000 ราย เฉลี่ยรายละ 20,000 บาท รักษาการจ้างงาน 146,000 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากกว่า 9,860 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการมี 3 จุดเด่น ได้แก่ วงเงินค้ำประกันตั้งแต่ 5,000-50,000 บาทต่อราย ระยะเวลาค้ำประกันสูงสุด 4 ปี และฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันตลอดระยะเวลา 4 ปี โดย บสย. ช่วยชดเชยหนี้เสีย (NPL) สูงสุด 5%


