หน้าแรก เศรษฐกิจ คนไทยแห่เที่ย...

คนไทยแห่เที่ยวนอก ทำนิวไฮ 13 ล้านคน ฟรีวีซ่าปลุกจีนพุ่ง สวนทาง เกาหลีใต้ ลดฮวบ

23.09.26 | 19:46 น.
คนไทย

คนไทยแห่เที่ยวนอก ทำนิวไฮ 13 ล้านคน ฟรีวีซ่าปลุกจีนพุ่ง สวนทาง เกาหลีใต้ ลดฮวบ

เมื่อวันที่ 23 กันยายน ทีมวิจัย Bnomics โดยธนาคารกรุงเทพ เผยสถิติ คนไทยแห่เที่ยวต่างประเทศปี 2568 ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 13.06 ล้านคน กวาดเม็ดเงินสะพัด 5.59 แสนล้านบาท


สถิติประวัติศาสตร์ : คนไทยเปย์หนัก 1.5 พันล้านบาท/วัน

ทีมวิจัย Bnomics โดยธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยรายงานการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยในปี 2568 พบว่ามีจำนวนผู้เดินทางสูงถึง 13.06 ล้านคน (เพิ่มขึ้น 11.4%) และสร้างมูลค่าการใช้จ่ายรวมสะพัดถึง 5.59 แสนล้านบาท (เพิ่มขึ้น 29.5%) คิดเป็นอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ยราว 1,530 ล้านบาทต่อวัน หรือประมาณ 42,790 บาทต่อทริป (6,609 บาทต่อวัน)

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าไม่ใช่แค่กระแส China Effect จากนโยบายฟรีวีซ่า แต่เป็นความต้องการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศที่ฟื้นตัวและเติบโตในวงกว้างอย่างแท้จริง

เจาะลึก 5 จุดหมายยอดฮิต : ใครโกยเงินคนไทยไปบ้าง?

จีนอันดับ 1 กวาดนักท่องเที่ยวไทย 3.06 ล้านคน (เกือบ 1 ใน 4 ของทั้งหมด) ใช้จ่ายรวม 120,253 ล้านบาท (39,317 บาท/ทริป) จุดแข็งคือความตกลงฟรีวีซ่าถาวรที่ช่วยลดขั้นตอนยุ่งยาก ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานครอบคลุมและความคุ้มค่า (Value for Money) ทำให้ค่าใช้จ่ายถูกกว่าญี่ปุ่นราว 24%

Advertisement

มาเลเซียอันดับ 2 ดึงคนไทย 1.72 ล้านคน เงินสะพัด 33,381 ล้านบาท ด้วยจุดแข็งด้านความใกล้ชิดและการเดินทางที่สะดวกสบาย (Accessibility) ทั้งรถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน

สปป. ลาวอันดับ 3 มีนักท่องเที่ยวไทย 1.44 ล้านคน ใช้จ่าย 22,057 ล้านบาท ได้อานิสงส์จากรถไฟลาว–จีน (เปิดบริการปี 2564) ที่เข้ามาพลิกโฉม Connectivity ย่นระยะเวลาเดินทางจากเวียงจันทน์สู่หลวงพระบางและจีนตอนใต้ ลดต้นทุนเวลาได้อย่างมหาศาล

ญี่ปุ่นอันดับ 4 แม้จำนวนคนไทยไปเยือนจะอยู่ที่ 1.23 ล้านคน แต่ครองแชมป์ความพรีเมียมด้วยรายจ่ายรวม 63,269 ล้านบาท หรือสูงถึง 51,558 บาทต่อทริป สะท้อนเอกลักษณ์ด้านอาหาร วัฒนธรรม ความปลอดภัย และการเดินทางที่นักท่องเที่ยวไทย “ยอมจ่ายหนัก” เพื่อแลกกับประสบการณ์คุณภาพ

สหราชอาณาจักร ตลาดไกลมาแรง เติบโตพุ่งกระฉูด 39.7% มีคนไทยเดินทาง 4.92 แสนคน กวาดรายจ่ายสูงลิ่ว 131,089 บาทต่อทริป จากระยะเวลาพำนักเฉลี่ยยาวนานถึง 13.6 วัน ทั้งเพื่อการท่องเที่ยว การศึกษา และเยี่ยมญาติ

เกาหลีใต้ บทเรียนราคาแพง เมื่อ “ความไม่แน่นอน” คือต้นทุน

สวนทางกับกระแสเติบโต เกาหลีใต้ร่วงหล่นลงมาอยู่อันดับ 13 โดยมีนักท่องเที่ยวไทยลดลงเหลือเพียง 3.28 แสนคน (หดตัว 13.8%)

แม้เกาหลีใต้จะยังทรงพลังด้วยกระแส K-Pop และวัฒนธรรม แต่ปัญหาการลักลอบทำงานผิดกฎหมายส่งผลให้มาตรการตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เข้มงวดขึ้นอย่างมาก จนเกิดกรณีนักท่องเที่ยวถูกปฏิเสธเข้าเมืองซ้ำๆ สิ่งนี้กลายเป็น “ต้นทุนทางใจและเวลา” ที่ผู้เดินทางแบกรับ ความไม่มั่นใจว่าจะผ่านด่านหรือไม่ ทำให้นักท่องเที่ยวหันไปเลือกจุดหมายอื่นที่เดินทางง่ายกว่า เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการแข่งขันยุคนี้ไม่ใช่แค่ทำให้คน “อยากมา” แต่ต้องทำให้คน “มั่นใจว่าจะมาได้” ด้วย

นักท่องเที่ยวไม่ได้จ่ายแค่ “เงิน” แต่จ่ายด้วย “เวลาและความสบายใจ”

ความสำเร็จของแต่ละประเทศในปี 2568 บ่งชี้ชัดเจนว่า การตัดสินใจเดินทางไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามของสถานที่หรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล ตั๋วเครื่องบิน ด่านตรวจคนเข้าเมือง ระบบขนส่ง ไปจนถึงบริการระหว่างทริป

สำหรับประเทศไทย บทเรียนครั้งนี้คือการยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวทั้งระบบ ให้ผู้มาเยือนรู้สึกว่าการเดินทางนั้น “ง่าย คุ้มค่า อุ่นใจ และอยากกลับมาซ้ำ” เพราะในโลกยุคใหม่ ประเทศที่ตอบโจทย์ทั้งความคุ้มค่าของเงินและเวลาเท่านั้น ที่จะกุมชัยชนะในเกมการแข่งขันระดับโลก

คนไทย