หน้าแรก เศรษฐกิจ ศุลกากร จัดเก...

ศุลกากร จัดเก็บรายได้ทะลุ 6.3 แสนล้าน รีดภาษีบาทแรกได้ 8 พันล้าน เผยสกัดกั้นยาเสพติดกว่า 1.22 ตัน

23.09.26 | 19:33 น.

กรมศุลกากร โชว์ผลงานปี 69 กวาดรายได้รวมทะลุ 6.3 แสนล้าน เผยเก็บภาษีบาทแรก 8 พันล้าน ย้ำจุดยืนปกป้อง SME ไทย

เมื่อวันที่ 23 กันยายน นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 (1 ต.ค.68-21 ก.ย.69) กรมศุลกากรสามารถจัดเก็บรายได้รวม 631,411 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 57,024 ล้านบาท เป็นรายได้ศุลกากร 112,528 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 1,358 ล้านบาท และจัดเก็บรายได้แทนหน่วยงานอื่น รวม 518,883 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 55,666 ล้านบาท โดยจัดเก็บแทนกรมสรรพากร (VAT) 411,131 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นปีแรกที่สามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ได้เกินระดับดังกล่าว กรมสรรพสามิต 56,428 ล้านบาท และกระทรวงมหาดไทย 51,324 ล้านบาท ซึ่งรายได้ดังกล่าวจะนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ต่อไป


อย่างไรก็ตาม ในปีงบประมาณ 2569 กรมศุลกากรคาดว่าจะสามารถจัดเก็บรายได้รวม 640,000 ล้านบาท เนื่องจากผลมาจากมูลค่าการนำเข้าและส่งออกของประเทศที่ขยายตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ในส่วนของเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2570 กรมได้ตั้งเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ศุลกากรไว้ที่ 116,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ การค้าระหว่างประเทศของไทยมีมูลค่ากว่า 24 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 19.31% แบ่งเป็น มูลค่านำเข้า 12,803,916 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 26.30% โดยมีกลุ่มประเทศนำเข้าหลัก เช่น จีน ไต้หวัน ส่วนสินค้านำเข้าหลัก เช่น วงจรรวมอิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันดิบ ทองคำ ด้านมูลค่าการส่งออก 11,246,241 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 12.25% โดยมีกลุ่มประเทศส่งออกหลัก เช่น สหรัฐอเมริกา ประเทศสมาชิกอาเซียนกลุ่ม Non-CLMV จีน และมีสินค้าส่งออกหลัก เช่น อุปกรณ์สื่อสารและส่วนประกอบ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ทองคำ และรถกระบะ

Advertisement

“ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ปีงบ 2569 เพิ่มขึ้นในทุกหมวด แม้เป้าจะไม่ได้ตามเอกสารงบประมาณ แต่เพิ่มจากปีที่แล้ว” นายพันธุ์ทองกล่าว

นายพันธ์ทองกล่าวต่อว่า ด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้าและยกระดับโลจิสติกส์ กรมได้พัฒนาระบบถ่ายลำสินค้าทางเรือแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนการดำเนินพิธีการลงถึง 85% พร้อมปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเรือที่ขนส่งสินค้าทางแม่น้ำที่บรรจุของขาออก (เรือเฉพาะเขต) ให้สามารถแวะรับตู้คอนเทนเนอร์เพื่อส่งออกทางท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า รวมถึงการยกระดับการให้บริการระบบ Tariff e-Service รูปแบบใหม่และบริการอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงบริการศุลกากรได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส อันเป็นการลดต้นทุนทางการค้าและเสริมสร้าง

นายพันธ์ทองกล่าวว่า นอกจากนี้ กรมศุลกากรได้ดำเนินมาตรการจัดเก็บภาษีอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 มีปริมาณพัสดุประมาณ 233-235 ล้านกล่อง สามารถจัดเก็บอากรขาเข้าได้ประมาณ 4,300 ล้านบาท และ VAT อีกกว่า 3,000 ล้านบาท รวมเป็นเงินประมาณ 8,000 ล้านบาท โดยเป้าหมายหลักไม่ได้มุ่งเน้นสร้างรายได้ แต่ต้องการสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศ พร้อมกันนี้ กรมศุลกากรได้เข้าหารือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างๆ อาทิ Shopee Lazada Tiktok เมื่อวันที่ 22 ก.ย. เพื่อขอความร่วมมือในการนำผู้ประกอบการ SME ไทยขึ้นไปขายบนแพลตฟอร์ม ควบคู่กับการจัดอบรม และกำชับให้ทุกแพลตฟอร์มนำเข้าสินค้าอย่างถูกต้องตามระบบ เพื่อสร้างความเป็นธรรม และช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางการค้าให้ผู้ประกอบการรายย่อยภายในประเทศได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น

อธิบดีกรมศุลกากรกล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกัน ในด้านการสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายและยาเสพติด กรมศุลกากรสามารถจับกุมและตรวจยึดสินค้าผิดกฎหมาย รวมทั้งตรวจพบการกระทำความผิดกรณีหลีกเลี่ยงค่าภาษีอากร รวม 58,705 คดี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4,750 ล้านบาท โดยมีผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติดประเภทต่างๆ อาทิ ไอซ์ เฮโรอีน ยาบ้า เคตามีน และโคเคน รวม 282 คดี ปริมาณกว่า 1,221.14 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 1,488 ล้านบาท ตลอดจนการตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมาย บุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวม 3,519 คดี จำนวนกว่า 94 ล้านชิ้น มูลค่ารวมกว่า 530 ล้านบาท นอกจากนี้ กรมศุลกากรได้เพิ่มบทลงโทษกรณีลักลอบส่งออกกัญชา และการนำเข้า-ส่งออกสินค้าปลอมแปลงถิ่นกำเนิด เพื่อยับยั้งและป้องปรามการกระทำความผิด ตลอดจนรักษาภาพลักษณ์ของประเทศและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ภารกิจของกรมศุลกากรมิได้จำกัดอยู่เพียงการจัดเก็บรายได้ หากยังมีบทบาทสำคัญในฐานะด่านหน้าในการปกป้องประชาชน สังคม และความมั่นคงของประเทศอีกด้วย