ค้าภายใน ชี้ทั่วโลกกังวล เอลนีโญ แห่เพิ่มสต็อกเพื่อความมั่นคง โชว์ปี69 ช่วยลดภาระปปช. 816 ล้าน
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน โดยเฉพาะสงครามสู้รบในตะวันออกกลางที่ยื้ดเยื้อ ส่งผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมันและต้นทุน รวมถึงความกังวลต่อการเกิดภัยธรรมชาติและซูเปอร์เอลนีโญ ที่จะกระทบต่อผลผลิตและราคาสินค้า ทำให้ทุกฝ่ายเห็นความของสต๊อกเพื่อความมั่นคงในประเทศ และสต็อกโลกน่าจะสูงขึ้นกว่าปกติประมาณ 20-30% ซึ่งปกติเมื่อสต็อกสูงราคาจะอ่อนตัวลง แต่วันนี้ราคาพืชเกษตรยังทรงตัวระดับสูง จึงเชื่อว่าทั่วโลกเพิ่มสต็อกเพื่อความมั่้นคง(เซฟตี้สต็อก) เป็นการเตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุการณ์ภัยธรรมชาติที่รุนแรง จนกระทบต่อผลผลิต ของขาดและราคาพุ่ง โดยเฉพาะในปี 2570 ที่หลายฝ่ายมองว่ามีความเสี่ยงเกิดภัยเอลนีโญรุนแรง
สำหรับในไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เห็นพ้องในเรื่องนี้ ซึ่งกรมฯก็เตรียมสร้างสมดุลและการเก็บสต็อกของพืชเศรษฐกิจไว้ด้วย อาทิ ข้าวสาร ปกติสต็อกเพื่อการบริโภคในประเทศ 2.5 ล้านตัน ขยับเป็น 3-4 ล้านตัน ปาล์น้ำมัน เดิมสต็อกเฉลี่ย 0.30 ล้านตัน ขยับเป็น 0.34 ล้านตัน และราคาปาล์มสดยังสูงที่ 8 บาท/กก. ทั้งที่สต๊อกสูงขึ้นอย่างนี้น่าจะเหลือ 4-5 บาท/กก. ส่วนพืชเศรษฐกิจที่สองชนิด คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความต้องใช้ปีละ 9 ล้านตัน และมันสำปะหลัง ที่ต้องดูแลในเรื่องสต็อกด้วย
สำหรับ ปาล์มน้ำมัน ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุ ผลผลิตปาล์มน้ำมันปี 2569 ต้นเดือนกันยายนจาก 20.96 ล้านตัน เป็น 20.18 ล้านตัน โดยเดือนกันยายน – ธันวาคม 2569 เป็น 1.754, 1.893, 1.850 และ 1.516 ล้านตัน ตามลำดับ
ส่วนสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ เดือนตุลาคม 2569 จะอยู่ที่ 0.341 ล้านตัน ที่ผ่านมาสัดส่วนความต้องการใช้ปาล์มน้ำมันจะใกล้เคียงกันที่ 30% คือ บริโภค อุตสาหกรรม และพลังงาน แต่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และนโยบายรัฐบาลผลักดันพลังงานทางเลือก(ไบโอดีเซล)แทนน้ำมัน สัดส่วนความต้องการใช้จึงเปลี่ยนไป โดยเพื่อการบริโภคคงอยู่ที่ 30% ขณะที่ส่งออกลดลง แต่ไปเพิ่มสัดส่วนกับการผลิตไบโอดีเซล ซึ่งเป้าจะขยับสัดส่วนเป็นบี10
“ภาคเอกชนตื่นตัวกับการเพิ่มผลผลิตปาล์ม เพื่อรองรับการผลิตไบโอดีเซล และความต้องการใช้วัตถุดิบน้ำมันปาล์มมากขึ้น ล่าสุดมีบริษัทผลิตเครื่องจักรและเครื่องยนต์ 2-3 ราย ประสานกรมขอข้อมูลในการเพิ่มผลผลิตปาล์ม โดยเตรียมลงทุนเพาะปลูกปาล์มในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งมีความพร้อมในเรื่องน้ำ ขณะที่กรมผลักดันการเพาะปลูกที่เพิ่มปริมาณผลผลิตต่อไร่(ยีลด์ต่อไร่)สูงขึ้นและเพื่อเปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์ม 18% เป็น 19-20% เพราะทุก 1% ที่สูงขึ้น ส่งผลให้ราคาดีขึ้น 20-50 สตางค์ โดยจะมีการพูดกับเอกชนอีกครั้งในเร็วๆนี้ ” นายวิทยากร กล่าว





นายวิทยากร กล่าวถึงผลการดำเนินงานของกรมการค้าภายในปีงบประมาณ 2569 ว่า กรมดำเนินการผ่าน 4 แนวทางหลัก คือ 1.ดูแลผลผลิตการเกษตร ทั้งวางแผนล่วงหน้า ยกระดับความร่วมมือ ลดสินค้าด้อยคุณภาพ และหาโอกาสเพิ่มช่องทาง/การค้าใหม่ 2. ใช้กลไกแวลูเชน กับ 4 สินค้าคือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง และกล้วยหอม 3. สนับสนุนเกษตรสร้างความยั่งยืน เช่น โครงการข้าวปราณีต ตั้งล้งกลางรับซื้อมะพร้าว เป็นต้น 4. ลดค่าครองชีพ ด้านจัดงานธงฟ้าและไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งลดภาระค่าครองชีพได้ 816.54 ล้านบาท
สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่ยังไม่เปลี่ยน แต่ก็มีบางยี่ห้อบางชนิดปรับตัวลดภาระต้นทุนโดยการลดโปรโมชั่นและลดส่วนลด อย่างไรก็ตาม กรมอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์ฝนชุกและน้ำท่วม รวมถึงราคาจำหน่ายและติดตั้งแผงโซล่าเซลส์




