หน้าแรก เศรษฐกิจ ดีลกูเกิลลุยด...

ดีลกูเกิลลุยดาต้าเซ็นเตอร์ ‘นายกฯ’ ชี้พร้อมหนุนลงทุน ผุดสถาบันยกระดับแรงงาน ลุ้นเจรจา ภาษีมะกัน

25.09.26 | 06:01 น.

ดีลกูเกิลลุยดาต้าเซ็นเตอร์ ‘นายกฯ’ ชี้พร้อมหนุนลงทุน ผุดสถาบันยกระดับแรงงาน ลุ้นเจรจา ภาษีมะกัน สำเร็จ ททท.ดึงญี่ปุ่นเที่ยวล้านคน

 


เมื่อวันที่ 24 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก (ช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางเยี่ยมชมสำนักงาน Google ณ Pier 57 นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พร้อมพบหารือกับนาง Ruth Porat ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (President and Chief Investment Officer) ของ Alphabet และ Google โดยรัฐบาลพร้อมจับมือ Google เพื่อจัดทำมาตรฐาน Data Center ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน Google ยังพร้อมทั้งเปิดสถาบัน Open Data เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานคุณภาพ และเปิดโอกาสให้คนไทยด้วย

นายกฯ กล่าวขอบคุณ Google สำหรับความเชื่อมั่นและการลงทุนในประเทศไทย ผ่านแผนการลงทุนมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท) เพื่อพัฒนา Data Center ในจังหวัดชลบุรี และ Google Cloud Region ในกรุงเทพมหานคร และยืนยันว่า รัฐบาลไทยพร้อมอำนวยความสะดวกเพื่อให้โครงการต่าง ๆ ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นตามแผนงาน และมุ่งยกระดับความร่วมมือระยะยาวให้ก้าวไกลกว่าการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะความร่วมมือด้าน AI การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย

ด้านประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน กล่าวว่า Google ได้ลงทุนในประเทศไทยในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จ.ชลบุรี โดยการสร้าง Data Center ให้ความสำคัญในการพัฒนามาตรฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเอื้อประโยชน์ต่อชุมชนรอบข้าง นอกจากนี้ Google ยังมีแผนเปิดสถาบัน Open Data เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะแรงงาน รวมทั้งด้านดิจิทัลที่มีคุณภาพ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้คนไทยและสตาร์ตอัพของไทย ทั้งนี้ Google ยังยืนยันร่วมเป็นพันธมิตรหรือหุ้นส่วนในระยะยาวกับไทยด้วย
นายอนุทิน กล่าวถึงการเจรจาภาษีสหรัฐฯว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กำลังเจรจา เชื่อมั่นว่าจะต้องสําเร็จ ไม่มีทางที่จะไม่สําเร็จ โดยไทยขายสินค้าให้สหรัฐฯ 1.25แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ได้ดุลการค้าเกือบ 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ถ้าไปปฏิเสธเพื่อเซฟอย่างอื่น แล้วทำให้สินค้าอื่นขายไม่ได้ จะเกิดประโยชน์อย่างไร และสหรัฐฯเป็นประเทศมหาอำนาจ ดังนั้นไทยต้องพยายามหาจุดที่สามารถรับได้ ตอนนี้เหลือเพียงเรื่องของศักดิ์ศรี ไม่ใช่เรื่องการซื้อมาขายไป แต่หากบอกว่าถ้าเขาเป็นศัตรูกับประเทศไหน คุณต้องเป็นด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้น เราก็ไม่รับ ประเด็นเหล่านี้ เป็นเรื่องที่หารือกันเป็นเรื่องท้าย และขณะนี้การเจรจาใกล้จบแล้ว

Advertisement

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวในการชมงาน Tourism Expo Japan 2026 (TEJ 2026) ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่จัดช่วงวันที่ 24-27 กันยายน 2569 ว่า แนวโน้มสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและค่าโดยสารทางอากาศ ควบคู่กับภาวะเงินเยนอ่อนค่าและการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) ซึ่งเพิ่มต้นทุนการเดินทางส่งผลให้ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นบางส่วน วางแผนเดินทางล่วงหน้านานขึ้น ปรับลดงบใช้จ่าย ททท.จึงมีแผนการส่งเสริมการตลาด เน้นการเจรจาเพิ่มความจุที่นั่งสายการบินและผลักดันการจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำ หรือ ชาร์เตอร์ไฟลต์ (Charter Flight) ในเส้นทางภูมิภาค อาทิ สนามบินเซ็นได ควบคู่กับการจัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดร่วมกับสายการบินหลักและบริษัทนำเที่ยว พร้อมปรับกลยุทธ์เน้นดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง อาทิ กลุ่ม Wellness & Health, Luxury, ชอปปิ้ง และ Sport Tourism ตลอดจนการชูจุดเด่นด้านความคุ้มค่า และการกระจายการท่องเที่ยวสู่เมืองรอง เพื่อผลักดันให้จำนวนและรายได้จากตลาดญี่ปุ่นบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า พฤติกรรมการเดินทางนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น มีวันพักเฉลี่ย 7.74 วัน ใช้จ่ายเฉลี่ย 5,232.22 บาทต่อคนต่อวัน และมีค่าใช้จ่ายรวมเฉลี่ย 40,497.38 บาทต่อคนต่อทริป ปัจจัยสนับสนุนมาไทย คือจุดแข็งด้านระยะทางใกล้ ใช้เวลาเดินทางไม่มากและราคาเข้าถึงได้ โดยช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีเดือนตุลาคม-ธันวาคม เป็นช่วง Winter Vacation ของญี่ปุ่น เอื้อต่อการเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศ ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปีนี้ถึงวันที่ 22 กันยายน 2569 มีชาวญี่ปุ่นมาเที่ยวไทยแล้ว 742,605 คน จากเป้าทั้งปี 2569 อยู่ที่ 1,050,000 คน และสร้างรายได้ 42,000-44,000 ล้านบาท ซึ่งการเปิดคูหาในงานเพื่อนำเสนอภาพลักษณ์ของประเทศไทยผ่านการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย สร้างการรับรู้ในเชิงบวกต่อประเทศไทย กระตุ้นความต้องการเดินทางกลับประเทศไทยและเพิ่มวันพักเฉลี่ยมากกว่าเดิม