พณ.ตรวจนอมินีดินแดง เจอต่างด้าวลักลอบทำงาน 4 ราย จับดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 25 กันยายน นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการที่ กรม โดย ทีมปราบนอมินี สนธิกำลังร่วมกับคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด นำโดย นายพิทักษ์เดช เดชเดโช และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ กรมการจัดหางาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สำนักงานเขตดินแดง สถานีตำรวจนครบาลดินแดง และคณะกรรมการอาหารและยา ลงพื้นที่ตรวจสอบพฤติการณ์การประกอบธุรกิจและการประกอบอาชีพของกลุ่มคนต่างด้าวในพื้นที่เป้าหมายอย่างละเอียด พร้อมกับเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยง กรณีที่อาจมีการใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นตัวแทนอำพราง(นอมินี) ในการบังหน้าเพื่อประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว ซึ่งเป็นพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างร้ายแรง และสร้างผลกระทบต่อความมั่นคงทางระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

เบื้องต้นได้เข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์สองชั้นที่เปิดเป็นสถานประกอบกิจการรับเย็บผ้า เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปภายในอาคารพาณิชย์ พบกลุ่มแรงงานต่างด้าวกำลังประกอบอาชีพและปฏิบัติงานอยู่ตามจุดต่างๆ ทีมปราบนอมินี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ตรวจสถานะการประกอบธุรกิจ พบว่า มีเจ้าของกิจการเป็นคนไทย แต่ไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งในรูปแบบนิติบุคคล ขณะที่กรมการจัดหางาน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ได้ทำการตรวจค้นสถานประกอบการตามอำนาจหน้าที่ พร้อมทั้งเรียกตรวจเอกสารประจำตัว หนังสือเดินทาง รวมถึงใบอนุญาตทำงาน (Work permit) ของกลุ่มแรงงานทั้งหมดอย่างเข้มงวด
ทั้งนี้ จับกุมผู้กระทำความผิดรวมทั้งสิ้น 4 ราย โดย แบ่งออกเป็น แรงงานสัญชาติกัมพูชา 2 ราย จากการตรวจสอบประวัติพบว่าไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากใบอนุญาต (Work permit) ของทั้ง 2 รายได้หมดอายุลงไปแล้วตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจพบแรงงานสัญชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) อีกจำนวน 2 ราย ที่ลักลอบทำงานในราชอาณาจักรไทยโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน อีกทั้ง ยังไม่มีตราประทับตรวจลงตรา (Visa) สำหรับการอนุญาตให้พำนักอยู่ในราชอาณาจักรไทยแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทั้งจากกรมการจัดหางานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายเข้าควบคุมแรงงานต่างด้าวผู้กระทำความผิดทั้ง 4 ราย และได้เชิญนายจ้างไปให้ปากคำที่สำนักงานเขตดินแดง พร้อมกันนี้ได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก่อนจะนำตัวผู้กระทำความผิดทั้งหมดส่งมอบให้แก่พนักงานสอบสวน เพื่อเตรียมดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายคนเข้าเมืองและกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวต่อไป




