คลัง เคาะของบกลางฉุกเฉิน 1,200 ล้าน ชง ครม. 29 ก.ย.นี้ ปลดล็อกสภาพคล่องนศ. 1.4 หมื่นราย ขีดเส้นสางระบบเสร็จต้นปี 70 เล็งดึง “เป๋าตัง” จ่ายค่าครองชีพ
เมื่อวันที่ 25 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมหารือร่วมกันระหว่าง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะประธานกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ปีงบประมาณ 2569
นายภราดร เปิดเผยผลการหารือว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปร่วมกันในการแก้ปัญหาสภาพคล่องเร่งด่วน โดยในเดือนกันยายนนี้ มีความจำเป็นต้องใช้เงินหมุนเวียนราว 1,200 ล้านบาท ซึ่งเตรียมนำเรื่องเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 29 กันยายน 2569 เพื่อขออนุมัติจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปี 2569 วงเงิน 1,200 ล้านบาท ทั้งนี้ ได้มีการหารือร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงบประมาณไว้แล้ว และอยู่ระหว่างเร่งจัดทำเอกสารข้อเสนอ ซึ่งหาก ครม. มีมติเห็นชอบ กยศ. ก็พร้อมจะโอนจ่ายเงินค่าเทอมให้แก่นักศึกษาและสถานศึกษาได้ทันที เพื่อมิให้นักศึกษาต้องเสียโอกาสทางการศึกษา
นายภราดร กล่าวต่อว่า ยอดผู้ยื่นขอกู้ยืมในปี 2569 มีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 789,000 คน โดยกลุ่มที่ยังค้างท่อและเกินกรอบงบประมาณเดิมมีอยู่จำนวน 14,004 คน ซึ่งเม็ดเงินงบกลาง 1,200 ล้านบาทดังกล่าวจะเข้าไปรองรับและช่วยเหลือนักศึกษากลุ่มนี้ให้มีเงินเรียนหนังสือได้อย่างแน่นอน ส่วนอีกประมาณ 60,000 คนนั้นยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาตรวจสอบเอกสาร

นอกจากนี้ นายภราดร ได้เน้นย้ำถึงประเด็นปัญหาข้อร้องเรียนเรื่องมหาวิทยาลัยบางแห่งบวมค่าเทอมและเกิดกรณีกู้ยืมผิดปกติว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อันตรายมาก รัฐบาลขอย้ำว่าเด็กยากจนทุกคนต้องได้เรียน ส่วนกรณีขอทุนทิพย์ กยศ. ต้องเข้าไปตรวจสอบและดำเนินการขั้นเด็ดขาด มิให้เกิดการทุจริตจากการใช้เงินกองทุนฯ นำเงินของเด็กยากจนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งระบบของ กยศ. มีรายชื่อนักศึกษาอยู่แล้ว จึงสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังสถานศึกษาได้ หากพบการกระทำผิดต้องได้รับโทษทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด
ด้าน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะประธานกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวว่า ในส่วนของขั้นตอนที่ยังค้างในระบบอยู่อีกประมาณ 60,000 รายนั้น เป็นขั้นตอนการรวบรวมเอกสารของฝั่งมหาวิทยาลัย ซึ่งขณะนี้ทยอยดำเนินการลดลงอย่างต่อเนื่องวันละประมาณ 5,000–10,000 ราย โดยยืนยันว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้มีการตัดสิทธิ์หรือตัดทุนผู้กู้ และนักศึกษาไม่ต้องกังวล
สำหรับปัญหาระบบแอพพลิเคชันและระบบหลังบ้านของ กยศ. นั้น ได้รับรายงานว่าจะดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จในช่วงต้นปีหน้า 2570 โดยในช่วงนี้อาจเพิ่มทางเลือกการใช้จ่ายให้นักศึกษา ด้วยการเลือกรับเงินค่าครองชีพผ่านแอพพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อเพิ่มความสะดวกให้นักศึกษา และช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของ กยศ. จากปัจจุบันที่จ่ายผ่านระบบพร้อมเพย์เป็นหลัก
ส่วนประเด็นเรื่องค่าเล่าเรียนที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น ในเร็วๆ นี้ กยศ. จะมีการเชิญที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเข้ามาร่วมหารือ เพื่อร่วมกันพิจารณาหลักเกณฑ์การกำหนดค่าเล่าเรียน เนื่องจากปัจจุบันได้มีการปรับขึ้นค่าเทอมไปแล้ว เพื่อหาจุดสมดุลและสร้างความเป็นธรรมต่อนักศึกษา รวมถึงไม่ให้ปรับสูงจนกระทบต่องบประมาณของกองทุนฯ ขณะเดียวกัน ในส่วนของกรณีทุจริตที่มีการร้องเรียน เช่น ปรากฏชื่อเป็นหนี้ กยศ. ทั้งที่ไม่เคยสมัครเรียน หรือกรณีนักศึกษาทิพย์ กระทรวงการคลังและ กยศ. จะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีเด็กไทยคนใดต้องเสียโอกาสทางการศึกษา




