หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกนัฏ งัด 3 ...

เอกนัฏ งัด 3 กลไกตรึงดีเซล รับน้ำมันโลกพุ่ง เล็งลดภาษี B20-E20 ก่อน

25.09.26 | 21:29 น.

เอกนัฏ งัด 3 กลไกตรึงดีเซล รับน้ำมันโลกพุ่ง เล็งลดภาษี B20-E20 ก่อน


นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ได้เตรียมมาตรการรับมือวิกฤตราคาน้ำมันโลกกลับมาผันผวนอีกครั้ง โดยเฉพาะการดูแลราคาน้ำมันดีเซล ใช้ 3 กลไกดูแล 3 รับแรงกระแทกจากราคาพลังงานโลก คือ 1.ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 2.การลดราคาหน้าโรงกลั่น หรือค่าการกลั่น และ3.การลดภาษีสรรพสามิต โดยขณะนี้ใช้ 2 กลไกในการดูแลราคาน้ำมัน คือ ใช้กองทุนฯ ซึ่งล่าสุดติดลบไปแล้วกว่า 90,000 ล้านบาท และนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นมาใช้เป็นส่วนลดแล้วเกือบ 30,000 ล้านบาทแล้ว

ส่วนกลไกที่ 3 ยังไม่ได้ใช้ คือ การลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งตอนนี้เก็บอยู่ประมาณลิตรละ 6 – 7 บาท แล้วแต่ประเภทน้ำมัน ยังไม่ได้นำมาใช้ในวิกฤตครั้งนี้ ต่างจากช่วงวิกฤตรัสเซีย-ยูเครนที่ลดภาษีตัวนี้เหลือ 0 บาท ถ้าตอนนั้นใช้ทุกกลไกไปตั้งแต่ต้นวิกฤต ตอนนี้ก็จะไม่มีเครื่องมือเหลือให้ใช้แล้ว ซึ่งตอนนี้กระทรวงพลังงาน จะดูแลราคาน้ำมันกลุ่มดีเซล เนื่องจากเป็นน้ำมันเศรษฐกิจ ที่ใช้ในการขนส่ง โดยในส่วนของดีเซลหมุนเร็วทั่วไป (บี7) ยังระบุตัวเลขที่จะตรึงไม่ได้ เพราะถ้าบอกไปว่าตรึงราคาเท่าไร เดี๋ยวก็เกิดการกักตุนขาดตลาดอีก แต่จะพยายามดูแลไม่ให้แพงกว่ามาเลเซีย รวมทั้งในภูมิภาค ซึ่งเวลาอยู่ที่ประมาณลิตรละ 44 – 45 บาท ขณะที่ไทย อยู่ที่ประมาณลิตรละ 41.44 บาท ถ้ามาเลเซีย ลดของไทย ก็จะลดลงด้วย

ขณะที่ ดีเซล บี 20 (ผสมน้ำมันปาล์ม 20%) ตั้งใจให้ราคาไม่เกินลิตรละ 37 บาท เวลานี้อยู่ที่ลิตรละ 36.44 บาท ซึ่งได้ส่งเสริมให้รถบรรทุก ระกระบะขนส่งมาเติมน้ำมันชนิด ซึ่งได้ช่วยเกษตรกรด้วย และยืนยันว่าไม่ได้อ้างอิงราคาสิงคโปร์มาหลายเดือนแล้ว

Advertisement

“ถ้าต้องลดภาษี จะเริ่มที่ บี 20 – อี 20 เพื่อช่วยเกษตรกรไทย ดีกว่าช่วยพ่อค้าตะวันออกกลาง ซึ่งผมได้หารือกับรมว.คลัง แล้ว ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้น จะพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตให้น้ำมันที่ผสมเชื้อเพลิงชีวภาพ คือ บี 20 และอี 20 ก่อน ซึ่งจะทำให้ต้นทุนหน้าปั๊มลดลงประมาณลิตรละ 6 – 7 บาท ถ้ายังไม่พอ จึงจะพิจารณาลดภาษีดีเซลบี 7 ต่อ อย่างน้อยถ้าจะต้องใช้น้ำมันแพง ให้เกษตรกรที่ปลูกปาล์มราคาดี ให้เกษตรกรที่ปลูกอ้อย ปลูกมัน ดีกว่าไปอุดหนุนพวกพ่อค้าจากตะวันออกกลางที่มาขายน้ำมันไม่ดีกว่าหรือ ซึ่งตอนที่ผมเข้ามารับตำแหน่ง กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบอยู่แล้วประมาณ 65,000 ล้านบาท ตอนนี้ติดลบเกิน 90,000 ล้านบาท อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลใช้อำนาจพิเศษลดราคาหน้าโรงกลั่นลงลิตรละ 4 บาททุกวัน และจะทำต่อไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นเดือนต.ค. ตอนนี้ดึงเงินจากค่าการกลั่นกลับมาได้แล้วเกือบ 30,000 ล้านบาท” นายเอกนัฏ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีปัจจัยเสี่ยงซ้อนกันทั้งรัสเซีย-ยูเครน ช่องแคบฮอร์มุซ และทะเลแดง ราคาน้ำมันดิบดูไบเคยขึ้นไปถึง 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนลงมาอยู่ที่เกือบ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งแพงกว่าช่วงรัสเซีย-ยูเครน ยังไม่รวมค่าขนส่งและค่าประกันที่สูงขึ้น ยืนยันว่า ถ้าสถานการณ์คลี่คลายเมื่อไร ลดให้ทันที กระทรวงพลังงานอยากจะลดราคามากที่สุดอยู่แล้ว