หน้าแรก เศรษฐกิจ ททท.เปิด สายด...

ททท.เปิด สายด่วน 1672 ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ประสาน สนามบิน-โรงแรม เชื่อมข้อมูลเรียลไทม์

26.09.26 | 11:48 น.

ททท.รับลูก รมว.ท่องเที่ยว ประสานรับมือฝนหนัก-น้ำท่วม เปิดสายด่วนพร้อมรับมือ ป้องกัน นทท.ติดค้าง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทำให้เกิดน้ำสะสมในปริมาณมากจนท่วมขังในหลายพื้นที่นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้สั่งการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งดูแลนักท่องเที่ยวที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว โดยให้ติดตามข้อมูลการเดินทางอย่างใกล้ชิด และเตรียมช่องทางให้คำแนะนำและประสานความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที


น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า ขณะนี้ ททท.เปิดช่องทาง Hotline 1672 สำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถติดต่อได้ในช่วงเวลาฉุกเฉินอย่างทันถ้วงที พร้อมประสานบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT และกรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามสภาพเส้นทางและสื่อสารข้อมูลที่จำเป็น โดยเฉพาะการแจ้งให้นักท่องเที่ยวที่มีกำหนดเดินทางทางอากาศตรวจสอบเส้นทางและเผื่อเวลาไปสนามบินล่วงหน้า ป้องกันการตกค้างภายในสนามบินให้ได้มากที่สุด

“การประสานงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ ททท.ที่ดูแลนักท่องเที่ยวไปถึงเรื่องความสะดวกและความมั่นใจระหว่างเดินทาง เมื่อสภาพอากาศอาจทำให้แผนเปลี่ยนได้ โดยเชื่อว่า การได้รับข้อมูลที่รวดเร็วและชัดเจนย่อมช่วยให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจและปรับแผนได้ทันเวลา” น.ส.ฐาปนีย์ กล่าว

น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า สรุปการดำเนินการดูแลนักท่องเที่ยวจากสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว ทั้งการจราจรติดขัด การเดินทางไปสนามบินล่าช้า และมีนักท่องเที่ยวเริ่มตกเที่ยวบิน ได้มีการประสานและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง 7 ข้อ ได้แก่ 1.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยเสนอให้หน่วยงานในสังกัดทั้งหมดเตรียมข้อมูล แจ้งเตือน และแนวทางช่วยเหลือนักท่องเที่ยว พร้อมบูรณาการการทำงานระหว่าง ททท. ตำรวจท่องเที่ยว และศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC) โดยรัฐมนตรีได้มอบหมายผู้ช่วยปลัดกระทรวงฯ ไปประจำการที่ศูนย์ TAC เพื่อสนับสนุนการประสานงานและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว

Advertisement

2.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประสานให้สายด่วน 1672 เป็นช่องทางหลักในการให้ข้อมูล พร้อมให้สำนักงาน ททท. ในพื้นที่เตรียมสายประสานและทำงานร่วมกับโรงแรมและสถานประกอบการ เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ เช่น การเดินทางล่าช้า ตกเที่ยวบิน หรือต้องขยายเวลาการเข้าพัก พร้อมเสนอให้จัดทำ Banner / Travel Advisory ภาษาไทยและอังกฤษ แจ้งสถานการณ์ฝนตก น้ำท่วม การจราจร และคำแนะนำเรื่องการเผื่อเวลาเดินทางไปสนามบิน

3.ตำรวจท่องเที่ยว ประสานผ่านเลขานุการรัฐมนตรีให้ตำรวจท่องเที่ยวเตรียมสายด่วน 1155 รองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติและกรณีเร่งด่วน

4.AOT และสนามบิน ประสาน AOT ให้เตรียมพื้นที่รองรับและดูแลนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบภายในสนามบิน รวมถึงติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการพื้นที่สนามบินอย่างใกล้ชิด

5.กรุงเทพมหานคร ประสาน กทม. ให้ช่วยสื่อสารข้อมูลสถานการณ์และคำแนะนำการเดินทาง โดยเฉพาะให้นักท่องเที่ยวเผื่อเวลาเดินทางไปสนามบินล่วงหน้า 3–4 ชั่วโมง พร้อมเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางของ กทม.

6.DGA / แอป “ทางรัฐ” ประสาน DGA เพื่อสนับสนุนการแจ้งเตือนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำท่วม การเดินทาง เส้นทางที่ได้รับผลกระทบ และข้อมูลช่วยเหลือ ผ่านแอป “ทางรัฐ” เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนและนักท่องเที่ยว

7.ระบบข้อมูลและเครื่องมือสนับสนุน โดยรวบรวมแหล่งข้อมูลสำคัญ เช่น ThaiWater, กรมทางหลวง, CCTV กรุงเทพมหานคร, GISTDA, Windy, เรดาร์กรมอุตุนิยมวิทยา และ Google Flood Hub รวมถึงสายด่วนสำคัญ เช่น 1784, 1669, 1586, 1146, 1129 และ 1130 เพื่อใช้สนับสนุนการสื่อสารและการให้ความช่วยเหลือ

น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินงานขณะนี้เน้น 3 เรื่องหลัก คือ การแจ้งเตือนให้เร็ว การประสานช่วยเหลือให้ถึงนักท่องเที่ยว และการลดผลกระทบต่อการเดินทาง สนามบิน และที่พัก โดยให้ทุกหน่วยทำงานเชื่อมกันแบบ Real-time เพื่อรักษาความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว