อัทธ์ ชี้น้ำท่วม 24-27 ก.ย. คาดเศรษฐกิจไทยอ่วม เฉลี่ยเสียหายวันละ 12,500 ลบ. ฉากทัศน์ทั่วไทยแตะ 4.5-10.6 ล้านล้านบาท
เมื่อวันที่ 26 กันยายน รศ. ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผย มติชน ถึงการประเมินสถานการณ์น้ำท่วมวันที่ 24-27 กันยายน 2569 ที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 10 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ในช่วงวันที่ 26-27 ก.ย. 2569 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง จากการประกาศของกรมอุตฯ มีทั้งหมด 48 จังหวัด (รวมกรุงเทพมหานคร) ว่า เมื่อพิจารณา 5 ภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจใน 5 ภูมิภาค รวม 48 จังหวัด (รวม กทม.) คาด มีมูลค่าเศรษฐกิจเสี่ยงอยู่ที่ 15.2 ล้านล้านบาท คิดเป็น 81% ของ GDP โดยกรุงเทพฯ มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากสุด สัดส่วน 41.7% ตามด้วยเศรษฐกิจภาคตะวันออก 21.7% ภาคกลาง 17.3% ภาคเหนือ 8% ตะวันออกเฉียงเหนือ 6.7 % ตามลำดับ
เมื่อพิจารณาลงไปในรายกิจกรรมการผลิตที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมของเศรษฐกิจภูมิภาค พบว่า อุตสาหกรรมการผลิต และเกษตรกรรม เป็น 2 กลุ่มกิจกรรมการผลิตที่ได้รับผลกระทบมากสุด โดย การผลิตอุตสาหกรรม ได้รับความเสียหาย 37.1% เกษตร ป่าไม้ และประมง 12.7% ค้าส่ง ค้าปลีก 11.8% การเงินและประกันภัย 4.5% การศึกษา4.5% กิจกรรมอื่น ๆ29.2%
เมื่อแยกผลกระทบจากน้ำท่วม เป็นรายภาคการผลิต และรายภูมิภาค คาดผลกระทบอันดับ 1 2 และ 3 หลักๆ คือ กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตร และค้าส่งค้าปลีก ดังนี้ เหนือ 13 จังหวัด เกษตร (25.6%) การผลิตอุตสาหกรรม (16.4%)ค้าส่ง ค้าปลีก (11.9%) ตะวันออกเฉียงเหนือ 8 จังหวัด การผลิตอุตสาหกรรม (21.5%) เกษตร ป่าไม้ (19.4%) ค้าส่ง ค้าปลีก (11.7%) กลาง 13 จังหวัด การผลิตอุตสาหกรรม (45.9%)ค้าส่ง ค้าปลีก (13.0%)เกษตร (7.9%) กรุงเทพมหานคร ค้าส่ง ค้าปลีก (23.4%)การเงินและประกันภัย (14.9%)การบริหารราชการ(10.3%)ตะวันออก 8 จังหวัดการผลิตอุตสาหกรรม (47.5%)ค้าส่ง ค้าปลีก (11.1%) เหมืองแร่และเหมืองหิน (7.1%)ใต้ 5 จังหวัดเกษตร (30.5%)ที่พักแรมและบริการอาหาร (18.2%)การผลิตอุตสาหกรรม 72,735 ล้านบาท (11.7%)
“จากข้อมูลดังกล่าว ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจทุกภูมิภาค อยู่ระหว่าง 4.5 ถึง 10.6 ล้านล้านบาท หรือ เฉลี่ยวันละ 12,500 ล้านบาท โดยกรุงเทพมหานครจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากสุด ” รศ. ดร.อัทธ์ กล่าว
ทั้งนี้ ฉากทัศน์ความเสียหายทางเศรษฐกิจ ประเมินรายภูมิภาคคาดจะได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจ ระดับ 30% 50% และ 70% อย่างภาคเหนือ หากระดับรุนแรง 30% คาดเสียหายต่อเศรษฐกิจ 365,482 ลั้านบาท หากรุนแรง 50% ความเสียหายทางเศรษฐกิจ 609,137 ล้านบาท หากถึง 70% ความเสียหายทางเศรษฐกิจ 852,792 ล้านบาท ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 30% เสียหาย 318,655 ล้านบาท 50% เสียหาย 531,091 ล้านบาท 70% เสียหาย 743,527 ล้านบาท ภาคกลาง 30% เสียหาย 792,291 ล้านบาท 50% เสียหาย 1,320,486 ล้านบาท 70% เสียหาย 1,848,680 ล้านบาท กรุงเทพมหานคร 30% เสียหาย 1,905,538 ล้านบาท 50% เสียหาย 3,175,896ล้านบาท 70% เสียหาย 4,446,254ล้านบาท ภาคตะวันออก 30% เสียหาย 993,741ล้านบาท 50% เสียหาย 1,656,235ล้านบาท 70% เสียหาย 2,318,729ล้านบาท ภาคใต้ 30% เสียหาย186,463ล้านบาท 50% เสียหาย 310,772ล้านบาท70% เสียหาย 435,081ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 30% เสียหายรวม 4,562,170ล้านบาท 50% เสียหายรวม 7,603,617ล้านบาท 70% เสียหายรวม 10,645,063ล้านบาท

