หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชนเตือนน้ำ...

เอกชนเตือนน้ำท่วมขังยาว หวั่นฉุดเศรษฐกิจ-การค้า ชี้ “น้ำมันแพง” หนักกว่าน้ำท่วม

27.09.26 | 10:27 น.

‘เอกชน’ เตือนน้ำท่วมปี 69 หากขังยาว หวั่นฉุดเศรษฐกิจ-การค้า ชี้ “น้ำมันแพง” หนักกว่าน้ำท่วม จี้รัฐแก้ปัญหาระยะยาว

นายสมชาย พรรัตนเจริญ อดีตนายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยกับ “มติชน” ถึงสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ ว่า สถานการณ์น้ำท่วมปีนี้ยังไม่รุนแรงเท่าน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และยังไม่ได้เป็นลักษณะน้ำท่วมแบบจู่โจมรวดเร็ว โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบบางจุดเพิ่งเริ่มมีน้ำและฝนตกหนักในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาคือหากน้ำไม่มาเร็วไปเร็ว แต่ท่วมขังต่อเนื่องหลายวัน จะเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การค้าและการขนส่งมาก


“ถ้าไม่ได้ท่วมแบบจู่โจมกระทันหัน มาเร็วไปไว ก็อาจจะไม่กระทบกระเทือนเท่าไหร่ แต่ถ้ามาแบบนี้ ถ้ามาหลายวันแล้วยังท่วมขัง ซึ่งอันนี้น่าจะหลายวัน อาจกระทบเศรษฐกิจ” นายสมชายกล่าว

นายสมชาย กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะกำลังซื้อที่ถดถอยลงมาก หากสถานการณ์น้ำท่วมยืดเยื้อก็จะยิ่งกระทบการค้าและการขาย ซึ่งสิ่งที่น่าห่วงมากที่สุดคือภาคเกษตรกรรม เนื่องจากประเทศไทยขาดการดูแลมานาน มีการปล่อยปละละเลยทั้งเรื่องน้ำท่า คลอง และระบบที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำ โดยที่ผ่านมาเป็นการแก้ไขตามสภาพของแต่ละปีมากกว่าเตรียมการรองรับอย่างจริงจัง หากรัฐบาลดูแลเอาใจใส่ตามที่ควรจะเป็น ปัญหาน้ำท่วมก็ไม่ควรต้องรอให้เกิดแล้วจึงตามแก้
“ห่วงที่สุดคือภาคเกษตรกรรมที่เราขาดการดูแลอย่างดีมานาน ปล่อยปละละเลยมานาน แล้วก็น้ำท่าต่างๆ พวกคลองต่างๆ เราก็ไม่ได้บำรุงรักษาเลย”นายสมชายกล่าว

นายสมชาย กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมปีนี้ ที่ผ่านมายังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงมาก แต่ปีนี้เริ่มเห็นน้ำกระจายเป็นวงกว้างมากขึ้น ขณะเดียวกันปัญหาจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาในบางพื้นที่ อาทิ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือที่หาดใหญ่จังหวัดสงขลา ก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาเท่าที่ควร และยังต้องติดตามว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปแก้ไขได้มากน้อยเพียงใด

Advertisement

“งบประมาณเราไปโฟกัสกับการแก้ชั่วคราวหมด เราไม่ได้มีงบประมาณที่ใช้เพื่อการรองรับภัยพิบัติแบบถาวร”
นายสมชาย กล่าวว่า ประเทศไทยไม่เคยเรียนรู้กับสิ่งที่จะเกิดขึ้น แม้มีการเตือนเรื่องน้ำท่วมและปัญหาพื้นที่ทรุดตัวมานาน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดที่อยู่ใกล้ทะเล แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีมาตรการป้องกันที่เป็นที่สุดและทำอย่างเต็มที่ ปัญหาสำคัญคือประเทศไทยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่หลายแห่ง แต่การบริหารจัดการยังไม่สามารถทำให้เกิดระบบป้องกันที่ชัดเจนได้ สุดท้ายจึงกลายเป็นการปล่อยไปตามยถากรรมมากกว่า

นายสมชาย กล่าวว่า ส่วนผลกระทบต่อภาคการค้าและการขนส่ง หากสถานการณ์น้ำท่วมไม่ยืดเยื้อ ผลกระทบจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว โดยขณะนี้ยังเป็นเพียงบางจุด โดยเฉพาะพื้นที่ต่ำ จึงต้องติดตามสถานการณ์เป็นระยะว่าสุดท้ายแล้วน้ำจะลึกหรือขยายวงกว้างจนบานปลายหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กระทบเศรษฐกิจไทยในตอนนี้ไม่ได้มีเพียงน้ำท่วม แต่ยังมีปัญหาเรื่องราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งราคาน้ำมันท่วมกายท่วมใจมากกว่า เพราะเป็นปัญหาระดับโลกและขึ้นอยู่กับการบริหารของแต่ละประเทศ โดยรัฐบาลควรมีบทบาทชี้นำเรื่องการประหยัดและดูแลไม่ให้ต้นทุนต่างๆ ปรับสูงขึ้นจนกระทบประชาชนและผู้ประกอบการ

นายสมชาย กล่าวว่า สิ่งที่เห็นจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้คือประเทศไทยยังขาดการบริหารจัดการที่ดีพอ ทั้งการเตรียมรับมือ การแก้ไข และการประสานงานระหว่างหน่วยงาน โดยบางกรณีมีการแจ้งหรือประกาศแล้ว แต่หน่วยงานต่างๆ ยังทำงานแยกส่วนกัน ไม่ได้ประสานกัน ทำตัวใครตัวมัน ทั้งนี้ หากสถานการณ์ไม่รุนแรงไปกว่านี้และจบลงภายในระยะเวลาไม่นาน ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าก็ไม่น่าจะมีปัญหามาก แต่สิ่งที่ควรแก้ให้จริงจังคือการบริหารจัดการระยะยาว เพราะที่ผ่านมา “น้ำท่วมมา ก็แก้ที” จึงทำให้ประเทศต้องกลับมาเผชิญปัญหาเดิมซ้ำๆ