ปธ.สรท. เผยผู้ส่งออก ขอรัฐไวต่อการเปิดเผยข้อมูลจราจร-แผนระบายน้ำ ลดเสี่ยงขนส่งไม่ทัน
เมื่อวันที่ 27 กันยายน นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวกับ มติชน ถึงสถานการณ์น้ำท่วมต่อภาคขนส่งว่า น้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แม้บางจุดจะคลี่คลายได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นทันที โดยเฉพาะการเดินทางไปทำงาน การขนส่งสินค้าและวัตถุดิบ การกระจายสินค้า และการให้บริการของร้านค้าและธุรกิจ หากเกิดซ้ำหรือกินเวลานาน ผลกระทบจะขยายจากต้นทุนการเดินทางและการส่งมอบที่ล่าช้า ไปถึงการผลิตที่สะดุดและคำสั่งซื้อที่ส่งไม่ทัน
“การส่งออก ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าความเสียหายมีมูลค่าเท่าใด หรือกระทบยอดส่งออกโดยตรงมากน้อยแค่ไหน แต่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นจุดเชื่อมสำคัญของแรงงาน คลังสินค้า ถนน และการขนส่งต่อเนื่องไปยังท่าเรือและสนามบิน หากการเดินทางหรือเส้นทางขนส่งติดขัดเป็นวงกว้าง ความเสี่ยงต่อกำหนดส่งมอบและต้นทุนโลจิสติกส์ย่อมเพิ่มขึ้น ในระยะสั้น ภาคธุรกิจต้องจัดการกับการมาทำงานและการส่งมอบที่ไม่แน่นอน ส่วนระยะยาว หากน้ำท่วมซ้ำโดยไม่มีการลดความเสี่ยงที่เห็นผล ผู้ประกอบการจะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านประกันภัย การป้องกันสถานประกอบการ และแผนสำรองธุรกิจเพิ่มขึ้น และความเสี่ยงด้านโครงสร้างพื้นฐานอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นักลงทุนพิจารณา ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอให้ประเมินเป็นมูลค่าความเสียหายรวม หรือสรุปว่าการลงทุนจะลดลง” นายธนากร กล่าว
นายธนากร กล่าวว่า เรื่องความพร้อมของรัฐ ควรประเมินจากความรวดเร็วและความแม่นยำของการเตือนภัย การระบายน้ำ และการจัดการจราจร ไม่ใช่ดูเพียงว่ามีแผนหรือเครื่องมืออยู่หรือไม่ เมื่อเกิดน้ำท่วมซ้ำในจุดเดิม สิ่งที่ประชาชนและธุรกิจต้องการคือข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจได้จริง เช่น ถนนใดผ่านไม่ได้ คาดว่าจะคลี่คลายเมื่อใด และเส้นทางหรือระบบขนส่งใดใช้แทนได้
สำหรับข้อเสนอของ สรท. คือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดข้อมูลสถานการณ์และเส้นทางที่ได้รับผลกระทบแบบทันเวลา ใช้แผนประสานงานร่วมกันระหว่างกรุงเทพฯ ปริมณฑล ตำรวจ และผู้ให้บริการขนส่ง กำหนดมาตรการระบายน้ำและแก้จุดเสี่ยงซ้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมทำแผนความต่อเนื่องของการเดินทาง แรงงาน และโลจิสติกส์ในวันที่ฝนตกหนัก รัฐควรนำข้อมูลผลกระทบจากธุรกิจมาประกอบการแก้ปัญหา และเปิดช่องให้เอกชนแจ้งจุดติดขัดที่กระทบการขนส่งได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนพร้อมร่วมมือกับรัฐในการแจ้งข้อมูลเส้นทางและผลกระทบต่อการขนส่ง เพื่อช่วยลดการหยุดชะงักของกิจกรรมเศรษฐกิจ สิ่งสำคัญคือเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การลดความเสี่ยงในจุดที่ท่วมซ้ำและดูแลให้ระบบเศรษฐกิจเดินต่อได้เมื่อเกิดฝนหนัก



