สมาพันธ์ SME จี้รัฐเชิงรุก ช่วยคนตัวเล็ก เสนอ 5 มาตรการด่วน ”ฟื้นฟูธุรกิจ”
เมื่อเวลา 20.30 น วันที่ 28 กันยายน ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย กล่าวถึงสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานครและเขตเศรษฐกิจสำคัญ รวมถึงอีกหลายจังหวัดที่ประสบอุทกภัย อย่ารอให้น้ำลด แล้วค่อยช่วยคนตัวเล็ก เพราะสำหรับ MSME ทุกนาทีมีค่า
ดร.ณพพงศ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้มีลักษณะเด่นเป็น ฝนหนักมากในเวลาสั้น เกิดน้ำท่วมขังกลางเมือง (Flash Flood) ซึ่งแตกต่างจากภาพน้ำหลากเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เหมือนปี 2554 แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ เศรษฐกิจจากการเคลื่อนที่(Mobility Economy) เช่น การค้าหน้าร้าน ภาคบริการ การเดินทางของแรงงาน และระบบโลจิสติกส์ แม้น้ำท่วมถนนไม่กี่วัน ก็ทำให้ร้านค้าเปิดไม่ได้ เครื่องจักรและสินค้าเสียหาย รายได้และ productivity หายไปทันที ขณะที่ภาระค่าเช่า ค่าแรง ค่างวด และดอกเบี้ยยังคงวิ่งต่อทุกวัน
ขณะนี้ กทม. ได้ประกาศเขตประสบสาธารณภัยครบทั้ง 50 เขต แม้มูลค่าความเสียหายสุทธิยังไม่สามารถฟันธงได้ แต่น่ากังวลอย่างยิ่งเพราะผู้ประกอบการ MSME มีสายป่านสั้นและเปราะบางมาก การหยุดกิจการเพียง 3–4 วัน อาจทำให้รายได้กลายเป็นศูนย์ โดยบทเรียนจากน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่ช่วงปลายปี 2568 ชี้ชัดว่าภาคการค้าขนาดเล็กต้องใช้เวลานานกว่า 3-6 เดือนในการฟื้นตัว หากรัฐบาลรอให้ความเสียหายลุกลาม บางธุรกิจอาจไม่มีโอกาสรอดไปถึงวันนั้น
สมาพันธ์ SME ไทย ขอเสนอให้รัฐบาลและกรุงเทพมหานครเปลี่ยนวิธีคิดจากการป้องกันเพียงอย่างเดียว ไปสู่ “Flood Resilience” (ความยืดหยุ่นในการฟื้นตัว) คือ “รู้ล่วงหน้า → ระบายเร็ว → การเดินทางไม่ล่มทั้งระบบ → ธุรกิจหยุดสั้นที่สุด → ฟื้นตัวได้เร็วที่สุด” โดยขอเรียกร้องให้รัฐบาลและกรุงเทพมหานครใช้อำนาจ งบประมาณ และกลไกที่มี “สั่งการและลงมือทันที” ผ่านมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟู 5 ข้อ ประกอบด้วย
1.พักหนี้และภาระดอกเบี้ย: ช่วยผู้ประสบภัยให้มีเวลาตั้งหลัก 6 เดือน – 1 ปี โดยไม่ถูกภาระหนี้ซ้ำเติม
2.เติมเงินทุนฟื้นฟูทันที: สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เงื่อนไขผ่อนปรน เพื่อซ่อมแซมร้านค้า เครื่องจักร สต็อกสินค้า และกลับมาเปิดกิจการได้เร็วที่สุด
3.เร่งเงินช่วยเหลือเยียวยาให้ถึงมือ: ลดขั้นตอน เอกสาร และเร่งจ่ายเงินชดเชยแก่ MSME และประชาชนที่ขาดสภาพคล่อง ให้เข้าถึงเงินเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว
4.ช่วยบรรเทาต้นทุนคงที่: ช่วยอุดหนุนหรือเยียวยาต้นทุนที่ยังเดินต่อ หรือขอความร่วมมือหรือมีมาตรการด้านภาษีจูงใจกับห้างสรรพสินค้าและผู้ให้เช่าที่ ช่วยลดค่าเช่า เพื่อบรรเทาภาระ ค่าเช่า ค่าจ้าง และค่าสาธารณูปโภค ในช่วงที่ไร้รายได้
5.เร่งสร้างรายได้กลับคืนชุมชน: กระตุ้นการจับจ่าย เปิดพื้นที่ค้าขาย และเชื่อมตลาด Offline-Online นำเงินกลับเข้าสู่มือคนตัวเล็ก
“อำนาจไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อบริหารราชการ แต่มีไว้เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน ทุกวันที่ธุรกิจหยุด คือรายได้ที่หายไป ทุกวันที่ไม่มีเงินทุน คือโอกาสที่หายไป และทุกวันที่รัฐยังไม่ลงมือ อาจหมายถึงอีกหนึ่งธุรกิจที่ไม่มีแรงพอจะกลับมา สมาพันธ์ SME ไทยจึงขอฝากถึงรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร ให้ตัดสินใจ สั่งการ และระดมทุกหน่วยงานช่วยเหลือคนตัวเล็กทันทีโดยไม่ต้องรอให้น้ำลด”

