หน้าแรก เศรษฐกิจ ททท.เดินหน้าร...

ททท.เดินหน้ารุกตลาดญี่ปุ่น ผนึกเมืองเซนได-โทโฮคุ ยกระดับสู่ Two-Way Tourism

29.09.26 | 22:38 น.

ททท.เดินหน้ารุกตลาดญี่ปุ่น ผนึกเมืองเซนได-โทโฮคุ ยกระดับสู่ Two-Way Tourism


น.ส.ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดญี่ปุ่น ยังเป็นตลาดคุณภาพสูงที่มีระยะเวลาพำนักยาวนานกว่า 7 วัน โดยก่อนเกิดโควิด19 ไทยเคยมีชาวญี่ปุ่นเข้ามาท่องเที่ยวกว่า 1.8 ล้านคน แม้ขณะนี้การฟื้นตัวกลับมาเที่ยวไทยอาจยังไม่เท่าระดับเดิม แต่ภาพรวมยังคงเห็นการเติบโตอย่างเป็นลำดับ โดยตลาดญี่ปุ่นจัดเป็นตลาดที่ทรงตัวและมีความมั่งคั่ง มีอัตราการใช้จ่ายในระดับ 4.5 หมื่นบาทต่อสัปดาห์ และให้ความสนใจในวัฒนธรรมของไทยอย่างลึกซึ้ง ททท.จึงจัดตั้งสำนักงานในประเทศญี่ปุ่นมานานกว่า 30–40 ปี ทำให้แบรนด์การท่องเที่ยวไทยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมาก โดย ททท.เดินหน้าขยายฐานตลาดญี่ปุ่นในเชิงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าหมายปี 2569 มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 1,050,000 คน และในปี 2570 ยังคงให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพตลาด มุ่งเพิ่มคุณค่าการใช้จ่ายและสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมาย มากกว่าการมุ่งเน้นเฉพาะจำนวนผู้เดินทาง

น.ส.ภัทรอนงค์ กล่าวว่า เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ททท.ได้ลงนามต่ออายุหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent : LOI) เพื่อเดินหน้าความร่วมมือด้านการส่งเสริมและแลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เริ่มต้นความร่วมมือเมื่อเดือนสิงหาคม 2549 ก่อนขยายความร่วมมือสู่ระดับภูมิภาค ซึ่ง ททท.สำนักงานโตเกียว ซึ่งดูแลพื้นที่เซนไดและภูมิภาคโทโฮกุกับพันธมิตรในพื้นที่ นอกเหนือจากกิจกรรมเดิมที่ดำเนินการเป็นประจำ อาทิ การจัดงาน Thai Festival ณ เมืองเซนได ทุกปี การจัด Product Briefing และการ Sales Call พบปะบริษัทนำเที่ยวแล้ว ทั้งสองฝ่ายเตรียมผลักดันมาตรการสำคัญร่วมกันด้วย ได้แก่ 1.การผลักดันเที่ยวบินมุ่งมั่นช่วยกันผลักดันให้เที่ยวบินตรงกลับมาทำการบิน 2.แคมเปญกระตุ้นการเดินทาง ซึ่งในช่วงที่ยังไม่มีเที่ยวบินตรง ททท. สำนักงานโตเกียวจัดโครงการส่งเสริมการเดินทาง 3.ความร่วมมือกับสายการบิน JAL และ ANA มอบสิทธิพิเศษในการเดินทาง ทั้งการต่อรถไฟชินคันเซ็นหรือเที่ยวบินภายในประเทศจากเซนได/โทโฮกุเข้าสู่โตเกียวในราคาพิเศษ ก่อนเดินทางต่อมายังประเทศไทย และ 4.สนับสนุนแพ็คเกจการผนวกรวมตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักในประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง

Advertisement

น.ส.ภัทรอนงค์ กล่าวว่า ในอดีตกลุ่มนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เดินทางมาไทยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอายุค่อนข้างสูง แต่ในปัจจุบัน ททท.กำลังมุ่งเจาะกลุ่มตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ กลุ่ม Generation ใหม่ เช่น นักเรียน และนักศึกษา กลุ่มนักกีฬา และผู้สนใจกิจกรรมการเล่นกีฬา กลุ่มผู้หญิง ซึ่งไทยมีสินค้าและบริการท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับกลุ่มนี้อย่างครบครัน โดย ททท.เชื่อมั่นว่าสินค้าท่องเที่ยวไทยจะสามารถสร้างความประทับใจให้แก่กลุ่มเป้าหมายใหม่เหล่านี้ได้อย่างแน่นอน

Mr. Akira Fujimoto รองนายกเทศมนตรีเมืองเซนได กล่าวว่า เมืองเซนไดและภูมิภาคโทโฮคุ ประเทศญี่ปุ่น เร่งผลักดันการฟื้นฟูและสร้างความเข้มแข็งโดยส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมทั้ง 2 ประเทศ ในแบบ Two-Way Tourism เพื่อกระตุ้นทั้งตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้า (Inbound) และขาออก (Outbound) อย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมาการเปิดเส้นทางบินตรงจากกรุงเทพ สู่เซนได ของสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ก่อนหน้านี้ ก่อนจะมีการยกเลิกเที่ยวบินไป เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าสู่ภูมิภาค และทำให้คนจากภูมิภาคนี้เดินทางเข้าไทยได้สะดวกเพิ่มขึ้น

Mr. Shigeru Matsuki ประธานองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวโทโฮคุ กล่าวว่า เมืองเซนไดเน้นย้ำว่าการรักษาเส้นทางบินให้ยั่งยืนจำเป็นต้องสร้างอุปสงค์การเดินทางทั้งสองฝั่ง (Two-Way Tourism) โดยไม่เพียงแต่มุ่งหวังดึงดูดคนไทยไปเที่ยวโทโฮกุเท่านั้น แต่ยังเร่งส่งเสริมให้ชาวเซนไดและภูมิภาคโทโฮกุเดินทางท่องเที่ยวมายังประเทศไทย ซึ่งการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวทั้งขาเข้าและขาออก เชื่อว่าจะช่วยสร้างเสถียรภาพให้แก่เส้นทางบินตรงเซนได-กรุงเทพฯ และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยและภูมิภาคโทโฮกุให้เติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต