ถ.ข้าวสาร เตรียมปิดถนนจัดคืนหลอน’ฮาโลวีน’ หวังดึงนทท.6หมื่นคน ร้อง ‘อนุทิน’ ยกเป็นโซนนิ่งดริงก์
นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการบนถนนข้าวสาร กำหนดจัดงาน ONE HALLOWEEN Creature of the Night วันที่ 30-31 ตุลาคม 2569 งานเริ่มตั้งแต่ 17.00 น. ซึ่งงานวันวันฮาโลวีน (Halloween) ปีนี้ ถือว่าเป็นงานใหญ่ที่สุดที่ถนนข้าวสารเคยจัดมา เป้าหมายเพื่อให้ถนนข้าวสาร เป็นแลนด์มาร์กของการมาร่วมสนุกในวันฮาโลวีนของคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยผู้เข้าร่วมงานจะสนุกสนานไปกับบรรยากาศค่ำคืนสุดหลอน พบกับ Installation สุดหลอน Costume Contest กิจกรรมพิเศษและเซอร์ไพรส์อีกมากมาย พร้อมชิงรางวัลสุดหลอน ชิงเงินรางวัลรวมเกือบ 1 ล้านบาท และใช้งบประมาณจัดงานกว่า 5 ล้านบาท ซึ่งเป็นการงบประมาณมากสุดที่เคยจัดมา
” ปีนี้เราใช้ดีไซเนอร์จัดงานที่เชี่ยวชาญเฉพาะจากสหรัฐฯ เพื่อสร้างบรรยากาศของงาน เราหวังให้ถนนข้าวสารจะเป็นแลนด์มาร์กวันฮาโลวีนของโลก ดูจากตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยเข้ามาเพิ่มขึ้นทุกปี ยิ่งปีนี้วันฮาโลวีนตรงกับวีคเอนด์ศุกร์ 30 และเสาร์ 31 ดังนี้คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติร่วมงานไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคนต่อคืนและสร้างรายได้กว่า 100 ล้านบาทต่อคืน จากปกติวีคเอนด์มีรายได้เฉลี่ย 20 ล้านบาทต่อวัน และจำนวนคนหมุนเวียนประมาณ 2 หมื่นคน ” นายสง่า กล่าว
นายสง่า กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การค้าบนถนนข้าวสาร ยังไม่คักคักเท่าที่ควร โดย 3 เดือนสุดท้ายของปีแม้จะเข้าช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยวและใช้จ่าย แต่ก็กังวลเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมาไทยไม่เท่าเดิมหรือไม่ถึงเป้าที่รัฐคาดไว้ สะท้อนจากยอดจองล่วงหน้าและจำนวนต่างชาติมาเที่ยวยังเงียบมาก เนื่องจากค่าตั๋วสายการบินหลายเส้นทางปรับราคาสูงขึ้น กระทบต่อกำลังจ่ายของนักท่องเที่ยวบางส่วน และประเทศอยู่ไกลแบกรับต้นทุนค่าใช้จ่ายเดินทางไม่ไหว อาจหันไปเที่ยวประเทศใกล้ๆแทน อีกทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเจาะจงมาถนนข้าวสารจะนิยมบินโลว์คอล อาจได้รับกระทบจากราคาตั๋วสูงขึ้น จึงอยากให้หน่วยงานรัฐเพิ่มมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวก่อนเข้าปีใหม่ด้วย
นายสง่า กล่าวว่า อีกประเด็นที่กดดันสถานการบริการบนถนนข้าวสาร คือ หลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์บริเวณลาดพร้าว เจ้าหน้ารัฐเข้มงวดเรื่องเวลาปิด และเกิดการจับกุมบ่อยครั้ง ซึ่งบางพื้นที่ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวและเข้ามาใช้บริการของนักท่องเที่ยวที่มักนิยมดื่มเกินเวลาเที่ยงคืน แต่ด้วยข้อจำกัด ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้รับใบอนุญาตประเภทผู้ประกอบการคล้ายสถานบริการ ซึ่งต้องปิดภายในเที่ยงคืน ล่าสุดผู้ประกอบการถนนข้าวสาร ได้หารือ รวบรวมปัญหา ความเดือดร้อนในการประกอบธุรกิจ และข้อเสนอถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กองบัญชาการตำรวจนครบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้พิจารณาปรับพื้นที่ถนนข้าวสารเป็นโซนนิ่ง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การท่องเที่ยวและการเข้ามาใช้บริการของนักท่องเที่ยว
ซึ่งเมื่อปรับเป็นโซนนิ่งแล้ว ก็จะลดข้อจำกัดเรื่องใบอนุญาตสถานประกอบการ ที่จะสามารถจำหน่ายเครื่องดืมแอลกอฮอลล์ และปิดได้ในเวลา 04.00 น. โดยผู้ประกอบการถนนข้าวสารจะปรับสภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับระเบียบ เช่น ควบคุมเสียง ดูแลเมาไม่ขับ เป็นต้น
” ตอนนี้ผู้ประกอบการถนนข้าวสารได้รับใบอนุญาตประเภทคคล้ายสถานบริการเป็นส่วนใหญ่มีถึง 50-60 ราย ขณะที่คนมาเที่ยว มาพักและใช้บริการดื่มกินจะเป็นนักเที่ยวต่างชาติ ที่มักเคยชินกับการเที่ยวดื่มกินจนเกินเที่ยงคืน หากปรับได้จะช่วยกระตุ้นธุรกิจกลางคืนและดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวกรุงเทพได้อีกทาง คาดว่าจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีภายในต้นเดือนตุลาคมนี้ เพื่อให้พิจารณาและเห็นชอบก่อนเข้าเทศกาลปีใหม่นี้ ” นายสง่า กล่าว


