‘พิรงรอง-ศุภัช’ ลั่น วาทกรรมประชุมล่มต้องจบ บอร์ด กสทช. 6 คนเดินหน้าประชุมนัดพิเศษ 2 ต.ค. ตั้งประธาน
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม เวลา 10.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการนัดประชุมคณะกรรมการ กสทช. ว่า กรรมการ กสทช. 6 คนได้หารือร่วมกัน และมีข้อยุติว่าจะขอให้สำนักงาน กสทช. จัดประชุมในวันที่ 2 ตุลาคม เวลา 10.00 น. โดยเป็นการประชุมนัดพิเศษ
ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวว่า กรรมการ กสทช. 6 คนได้พูดคุยหารือกัน และจะขอให้สำนักงาน กสทช. จัดประชุม โดยมองว่าเป็นการจัดประชุมตามมาตรา 20 วรรคสาม ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ซึ่งกำหนดกรณีกรรมการที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ และเมื่อเป็นกรณีประธาน ก็ให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และในที่สุดจะต้องมีการเลือกประธานในที่ประชุมเพื่อทำหน้าที่แทน
ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวว่า คาดว่าวันที่ 2 ตุลาคมจะได้กลับมาประชุม โดยน่าจะเป็นการประชุมนัดพิเศษก่อน และเมื่อมีการเลือกประธานในที่ประชุมได้แล้ว ก็จะมีการบรรจุวาระและกำหนดแนวทางในการประชุมต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดความติดขัด และเพื่อเคลียร์ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในช่วงเช้าวันที่ 1 ตุลาคม กรรมการ กสทช. ได้เชิญ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. เข้ามาหารือ เพื่อบอกถึงความประสงค์ของกรรมการ 6 คน โดยรักษาการเลขาธิการ กสทช. “ก็ยอมรับเป็นอันดี” และคาดว่าจะมีหนังสือแจ้งนัดประชุมกลับมาในวันที่ 1 ตุลาคม
“ก็จะเร่งประชุมให้ถี่ แล้วก็มีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อที่จะเคลียร์สิ่งที่เป็นปัญหาค้างอยู่ อันนี้ก็เป็นนิมิตหมายที่ดี” ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองกล่าว

ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวว่า กรรมการทั้ง 6 คนเตรียมเวลาไว้สำหรับการประชุมวันที่ 2 ตุลาคมอยู่แล้ว เพราะทุกคนที่ทำหนังสือไปถึงรักษาการเลขาธิการ กสทช. ได้ ระบุไปแล้วว่าขอเป็นวันที่ 2 ตุลาคม และคาดว่าจะเข้าร่วมครบทั้ง 6 คน แต่อาจมีบางท่านขอเข้าร่วมทางออนไลน์ สำหรับกรณีการประชุมที่มีการนัดไว้ก่อนหน้านี้ จากการพูดคุยกับรักษาการเลขาธิการ กสทช. เมื่อช่วงเช้า ทราบว่าคงจะต้องงดประชุมเดิม เนื่องจากเป็นการนัดโดย ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ขณะที่การประชุมของกรรมการ 6 คนเป็นอีกการประชุมหนึ่ง ตามข้อ 12 ของระเบียบการประชุม กสทช. ที่กำหนดว่าการนัดประชุมต้องทำเป็นหนังสือ
“เราทำหนังสือไปแล้วเพื่อนัดประชุม อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายเลขาฯ แล้ว ว่าฝ่ายเลขาฯ จะแจ้งนัดเป็นทางการ เพื่อให้เกิดขึ้นหรือไม่ แต่เราขอแล้ว ทำขอเรียบร้อยแล้ว ก็ทำตามระเบียบทุกอย่าง”ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองกล่าว
ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวว่า กรรมการ กสทช. มีอำนาจเต็มในฐานะกรรมการ เนื่องจากได้รับการสรรหามา และมีอำนาจเต็มเท่ากันทุกคน ส่วนประธานที่เคยทำหน้าที่ประธานก็เป็นกรรมการเหมือนกับกรรมการคนอื่นๆ และเป็นการเลือกกันเองให้ทำหน้าที่ประธาน ดังนั้น มติบอร์ดจึงเป็นสิ่งสำคัญในการกำหนดการบริหารจัดการต่างๆ “จริงๆ มติบอร์ดเหนือกว่าอะไรทั้งหมด เพราะฉะนั้นในเรื่องที่ท่านถามก็คือว่า แล้วการจัดการ บริหาร อะไรต่างๆ เรื่องของการประชุม ก็ต้องอาศัยมติบอร์ด พรุ่งนี้เมื่อมีการประชุมกัน 6 คนได้แล้ว มติบอร์ดจะเป็นตัวที่กำหนดทุกอย่าง”
“ไม่ต้องไปใช้วาทกรรมล่ม วาทกรรมประชุมล่มต้องจบแล้วนะคะ อันนี้บอกเลยนะ วาทกรรมประชุมล่มปิดแล้วนะ เพราะฉะนั้นนักข่าวห้ามใช้วาทกรรมประชุมล่ม ต้องบอกว่า กสทช. จะจัดประชุมพรุ่งนี้ 6 คน โดยบอร์ดที่เหลืออยู่ เริ่มด้วยเป็นประชุมนัดพิเศษนะคะ แล้วก็ตั้งใจจะทำงานเพื่อสาธารณะ เพื่อเคลียร์ทุกอย่างให้หมดให้ได้”ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองกล่าว
เมื่อถามถึงกรณีประชาชนตั้งคำถามว่า การประชุมที่ไม่สามารถเดินหน้าได้หลายครั้งทำให้เกิดความเสียหาย และควรมีการแสดงความรับผิดชอบหรือไม่
ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปดูข้อกฎหมายก่อน ไม่สามารถตอบง่ายๆ ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ไม่อยากย้อนกลับไปพูดเรื่องเดิม แต่ต้องการมองไปข้างหน้า โดยหากมีประธานชั่วคราวในที่ประชุมแล้ว ก็จะประชุมบ่อยที่สุดและเคลียร์งานให้ได้มากที่สุด ส่วนกรณีสถานะของ ศ.คลินิก นพ.สรณ จะต้องพิจารณาจากคำวินิจฉัยและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม คำสั่งศาลปกครองสูงสุด คำพิพากษาศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 25 กันยายน และหนังสือบังคับทางปกครองของคณะกรรมการสรรหาที่ออกเมื่อวันที่ 30 กันยายน “ท่านไปดูทั้งหมดเลยคำรวมๆ ก็คือ สละสิทธิ์ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ อันนี้ดิฉันไม่ได้พูดเอง อ้างอิงตามข้อกฎหมายทั้งหมดที่กล่าวไป”
ด้าน รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กล่าวว่า การประชุมวันที่ 2 ตุลาคม หากเป็นเรื่องวาระ จะต้องเริ่มจากการบริหารจัดการภายในก่อน โดยต้องดูว่าวาระใดสามารถเดินหน้าได้ และวาระใดที่ต้องกลับเข้าสู่กระบวนการใหม่ เพื่อให้เกิดความรอบคอบและถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนการเลือกประธานในที่ประชุม กรรมการทั้ง 6 คนยังไม่ได้คุยกันว่าจะเลือกใคร แต่จะต้องเลือกกันในวันที่ 2 ตุลาคม
“เราก็จำเป็นที่จะต้องดูเพื่อความรอบคอบ แล้วก็ทยอย คือไม่ใช่ว่าพรุ่งนี้จะยิงโป้งออกสตาร์ทเลย ไม่ใช่วิ่ง 100 เมตร เพราะฉะนั้นจะต้องเป็นไปด้วย ด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง แล้วจะได้ไม่มีปัญหาในอนาคต” รศ.ดร.ศุภัชกล่าวและว่า มีวาระมากกว่า 220 เรื่อง มีหลายแบบทั้งวาระเพื่อทราบหรือ Routine วาระค้างพิจารณา และวาระใหม่ จึงต้องนำมาดูว่าแต่ละเรื่องลงนามเมื่อใด และสถานะเป็นอย่างไร ก่อนนำมาเรียงคิวตามอายุของวาระ ดังนั้น วันที่ 2 ตุลาคมไม่น่าจะใช้เวลานาน เพราะต้องจัดคิววาระก่อน จากนั้นจึงนัดประชุมอีกครั้ง ซึ่งน่าจะเป็นช่วงต้นสัปดาห์หน้า และจะทยอยพิจารณาวาระต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมวันที่ 2 ตุลาคม กรรมการทั้ง 2 ท่าน ยืนยันว่าเป็นคนละการประชุมกับการประชุมที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ นัดไว้ก่อนหน้านี้ โดยการประชุมครั้งนี้เป็นวาระพิเศษและไม่ซ้อนทับกับการประชุมเดิม ทั้งนี้ สำหรับการประชุมพิเศษในวันที่ 2 ตุลาคม คาดว่าจะมีกรรมการเข้าร่วมแบบพบหน้า 4 คน และเข้าร่วมออนไลน์ 2 คน โดยผู้ที่เข้าร่วมออนไลน์คือ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ และ พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร ขณะที่กรรมการที่เหลือคาดว่าจะเดินทางมาร่วมประชุมแบบพบหน้า ทั้งนี้ สถานที่ประชุมยังต้องรอหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจากรักษาการเลขาธิการ กสทช.


