สมาคมประกันวินาศภัยไทย ไขเงื่อนไขประกันภัยพิบัติแห่งชาติ กรณีน้ำท่วมล้อมตัวบ้านต่อเนื่องเกิน 7 วัน จนใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้ แม้น้ำไม่เข้าตัวบ้าน มีสิทธิรับค่าสินไหมเบื้องต้น 10,000 บาทต่อหลังคาเรือน เช็กเงื่อนไข-ขั้นตอนแจ้งเคลม พร้อมกรอบจ่ายเงินภายใน 15 วันเมื่อข้อมูลและเอกสารครบ
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยถึงเงื่อนไขโครงการประกันภัยพิบัติสำหรับบ้านอยู่อาศัยว่า กรณีเกิดอุทกภัย ประชาชนไม่จำเป็นต้องรอให้น้ำไหลเข้าภายในบ้านหรือสร้างความเสียหายต่อตัวอาคารเท่านั้นจึงจะมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหม เพราะกรมธรรม์ยังเปิดความคุ้มครองกรณี “น้ำท่วมล้อมบ้าน” ไว้ด้วย
เงื่อนไขสำคัญคือ น้ำต้องท่วมล้อมสิ่งปลูกสร้างโดยตรง ไม่ใช่เพียงน้ำท่วมถนน พื้นที่รอบนอก หรือท่วมบริเวณหมู่บ้าน และต้องส่งผลกระทบต่อผู้ที่อยู่อาศัยเป็นประจำจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกินกว่า 7 วัน หากเข้าเงื่อนไขดังกล่าว แม้น้ำจะไม่ได้ไหลเข้าภายในตัวบ้าน ก็สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 10,000 บาทต่อหลังคาเรือนได้
อย่างไรก็ตาม บ้านต้องอยู่ในพื้นที่ที่หน่วยงานรัฐผู้มีอำนาจประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ และต้องเป็นเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงที่กรมธรรม์มีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป โดยความเสียหายหรือเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นก่อนวันที่กรมธรรม์เริ่มมีผล จะไม่สามารถเรียกร้องย้อนหลังจากกรมธรรม์ฉบับนี้ได้
สำหรับการแจ้งเคลม สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้พัฒนาระบบรับแจ้งความเสียหายสำหรับโครงการโดยเฉพาะ ประชาชนสามารถแจ้งผ่านเว็บไซต์ LINE Official Account คอลเซ็นเตอร์ หรือจุดรับแจ้งเคลมในพื้นที่ พร้อมเชื่อมระบบยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD
เบื้องต้นผู้ขอรับค่าสินไหมต้องระบุตัวตน บ้านเลขที่ และรายละเอียดของเหตุอุทกภัย พร้อมส่งภาพถ่ายหรือหลักฐานประกอบ โดยระบบจะมีเทคโนโลยีช่วยตรวจสอบตำแหน่งของบ้าน เทียบกับประกาศเขตภัยพิบัติ ตลอดจนข้อมูลแผนที่และภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อประกอบการตรวจสอบว่าบ้านอยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจริง
เมื่อบริษัทประกันภัยตรวจสอบแล้วว่าเข้าเงื่อนไข และได้รับข้อมูลและเอกสารประกอบครบถ้วน จะดำเนินการจ่ายค่าสินไหมเบื้องต้น 10,000 บาทภายใน 15 วัน
การจ่ายเงินจะจ่ายให้ “เจ้าของกรรมสิทธิ์” ในบ้านเป็นหลัก หากผู้เช่าหรือผู้ครอบครองบ้านเป็นผู้ดำเนินการแทน จะต้องได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ก่อน



